Select Page

ความปรารถนาที่สำคัญที่สุดในชีวิตของคริสเตียน นั่นคือการได้อยู่บนสรรค์กับพระองค์ ไม่มีสิ่งอื่นใดที่จะสำคัญไปกว่านี้แล้ว
พระเยซูตรัสไว้ใน (มัทธิว 6:33) แต่ท่านทั้งหลายจงแสวงหาอาณาจักรของพระเจ้า และความชอบธรรมของพระองค์ก่อน แล้วพระองค์จะทรงเพิ่มเติมสิ่งทั้งปวงเหล่านี้ให้แก่ท่าน จิตวิญญาณของพวกเรานั้นล้ำค่า ไม่มีสื่งใดจะเทียบเท่าได้ จากที่เราได้อ่านพระธรรมใน (มัทธิว 16:26) เพราะถ้าผู้ใดจะได้สิ่งของสิ้นทั้งโลก แต่ต้องสูญเสียจิตวิญญาณของตน ผู้นั้นจะได้ประโยชน์อะไร หรือผู้นั้นจะนำอะไรไปแลกเอาจิตวิญญาณของตนกลับคืนมา นั่นคือการที่ขาดทุนอย่างน่าสลดใจยิ่งนัก

มันเป็นเรื่องง่ายมากที่เราจะตกเป็นเหยื่อของโลกวัตถุนิยมโดยที่เราไม่ได้ระวังตัว พระเจ้าของเราตรัสว่า อย่าสะสมทรัพย์สมบัติไว้สำหรับตัวในโลก ที่ตัวมอดและสนิมอาจทำลายเสียได้ และที่ขโมยอาจขุดช่องลักเอาไปได้ แต่จงสะสมทรัพย์สมบัติไว้สำหรับตัวในสวรรค์ ที่ตัวมอดและสนิมทำลายเสียไม่ได้ และที่ไม่มีขโมยขุดช่องลักเอาไปได้เพราะว่าทรัพย์สมบัติของท่านอยู่ที่ไหน ใจของท่านก็จะอยู่ที่นั่นด้วย (มัทธิว 6:19-21)

ทุกวันนี้เราจึงใคร่ครวญถึงเรื่องการได้ขึ้นสวรรค์อยู่เป็นนิตย์ สอดคล้องกับพระธรรม (โคโลสี 3:2 ) จงฝังความคิดของท่านไว้กับสิ่งทั้งหลายที่อยู่เบื้องบน ไม่ใช่กับสิ่งทั้งหลายซึ่งอยู่ที่แผ่นดินโลก

ในพระนิเวศของพระบิดาเรามีคฤหาสน์หลายแห่ง ถ้าไม่มีเราคงได้บอกท่านแล้ว เราไปจัดเตรียมที่ไว้สำหรับท่านทั้งหลาย (ยอห์น 14:2-3) สวรรค์จึงเป็นสถานที่งดงาม น่าอัศจรรย์ใจ เกินกว่าความฝันเราจะจินตนาการได้

ในพระธรรม (1 โครินธ์ 2:9) สิ่งที่ตาไม่เห็น หูไ ม่ได้ยิน และไม่เคยได้เข้าไปในใจมนุษย์ คือสิ่งที่พระเจ้าได้ทรงจัดเตรียมไว้สำหรับคนที่รักพระองค์ ไม่มีทางที่เราจะอธิบายความงดงามของสวรรค์ได้ ถ้าเราไม่ได้เข้าใจความงดงามของมันอย่างแท้จริง

ไม่มีใครที่จะได้ขึ้นสวรรค์ได้ทันที เพราะการเดินทางไปนั้น เป็นหนทางที่ยาวไกล เหมือนในพระธรรม (ฮิบรู 12:1) กล่าวว่า และการวิ่งแข่งกันที่กำหนดไว้สำหรับเรานั้น ให้เราวิ่งด้วยความเพียรพยายาม ฉะนั้นเราจึงก้าวเดินแต่ละย่างก้าวด้วยความอดทน อดกลั้น และยืนหยัดเพื่อเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตของพวกเราทุกคน