Select Page

แบ่งปันเฝ้าเดี่ยว กับ ศจ.ดร.สุรศักดิ์ ศิษย์ธนานันท์

( อาโมส 1:2 ) { พระพิโรธของพระเจ้า }

ท่านกล่าวว่า “พระเจ้าทรงเปล่งพระสิงหนาทจากศิโยน และทรงเปล่งพระสุรเสียงของพระองค์จากเยรูซาเล็ม ลานหญ้าของผู้เลี้ยงแกะโศกเศร้า และยอดภูเขาคารเมลก็เหี่ยวไป” อมส. 1:2

แนวคิด :
• เปล่งพระสิงหนาท หมายถึง “เสียงคำรามของสิงโตก่อนจะตะครุบเหยื่อ” เล็งถึง เสียงที่ทำให้ทุกคนที่ได้ยินต้องหวาดกลัว
• ศิโยน หมายถึง เยรูซาเล็ม (ซึ่งตั้งอยู่บนภูเขาศิโยน)
• ขนาดแค่สิงห์แผดเสียงคำรามผู้คนยังตกใจกลัว แล้วถ้าพระเจ้าเปล่งพระสุรเสียงด้วยพระพิโรธเล่า สิ่งใดจะตั้งมั่นอยู่ได้
• เมื่อพระเจ้าทรงเปล่งเสียง ทุกสิ่งก็สั่นสะท้าน ตั้งแต่ลานหญ้า ยันยอดเขาคารเมล(สถานที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในอิสราเอล)
• ใครเล่าจะยืนอยู่ได้ ต่อการพิพากษาด้วยพระพิโรธของพระเจ้า

การประยุกต์ใช้ :
• การพูดถึงพระเจ้าเพียงด้านความรักพระเมตตาของพระองค์เพียงด้านเดียว อาจเรียกได้ว่าเป็นการกล่าวอย่างไม่สมดุล
• ความจริงในพระคัมภีร์ ระบุหลายต่อหลายครั้ง ถึงความน่าสะพรึงกลัว ของพระพิโรธของพระเจ้า โดยเฉพาะเมื่อพระองค์ทรงพระพิพากษา
• ขอบคุณพระเจ้า วันนี้โดยพระคุณของพระเจ้า เรารอดพ้นการพิพากษาเข้ามาอยู่ในร่มพระคุณความรักเมตตาของพระเจ้า วันนี้เป็นวันแห่งพระเมตตา
• แต่ วันนั้นจะมาถึง เมื่อพระองค์จะทรงพิพากษามนุษย์ ด้วยพระพิโรธต่อความบาปชั่วของมนุษย์ ในวันนั้น ไม่ใช่วันแห่งพระเมตตาสำหรับคนที่ไม่ได้เป็นคนชอบธรรม วันนั้นเป็นวันแห่งพระพิโรธอันน่าสะพรึงกลัว สำหรับพวกเขา และเตรียมตัวสู่การลงโทษในบึงไฟนรกชั่วนิจนิรันดร์
• อะไรจะเกิดขึ้น ถ้าเราไม่พบคนเหล่านี้บนสวรรค์ แม่ของ พ่อของเรา น้องของเรา พี่ของเรา น้าของเรา ญาติของเรา เพื่อนของเราสมัยเรียน เพื่อนที่ทำงานของเรา คนที่เรารู้จักที่อยู่ใกล้บ้านเรา ?
• อย่างเดียวที่พวกเขาต้องเผชิญ หากเราไม่พบพวกเขาในสวรรค์ ก็คือ พระพิโรธอันน่าสะพรึงกลัวอย่างที่สุดขององค์พระผู้เป็นเจ้า
• คำถามสำหรับวันนี้ : “เราจะพบ ……….. ในสวรรค์หรือเปล่านะ?”