Home เทคโนโลยี่ นักวิทยาศาสตร์ค้นหาวิธีป้องกันโลกจากดาวเคราะห์น้อย

Visitors Counter

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday366
mod_vvisit_counterYesterday3659
mod_vvisit_counterThis week7385
mod_vvisit_counterThis month55556
mod_vvisit_counterAll (since 19Jan2009)2446531

Who's Online

We have 54 guests online

Alexa

นักวิทยาศาสตร์ค้นหาวิธีป้องกันโลกจากดาวเคราะห์น้อย PDF Print E-mail
Monday, 29 December 2008 01:03

นักวิทยาศาสตร์ชั้นนำของโลกกำลังพยายามค้นหาหนทางที่ดีที่สุดในการตรวจจับและป้องกันวัตถุที่ล่องลอยในอวกาศที่อาจพุ่งเข้าชนโลก "เรากำลังมองหาดาวเคราะห์น้อยที่เป็นอันตราย" เจมส์ ฮีสลี่ย์ (James Heasley) จากสถาบันดาราศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาวาย กล่าวแก่คณะกรรมการสภาวิทยาศาสตร์แห่งชาติสหรัฐฯ ที่จัดตั้งขึ้นจากคำขอของสภาคองเกรส

สภาคองเกรสได้ขอให้สภาฯ ดำเนินการศึกษาหลังจากที่นักดาราศาสตร์ไม่สามารถกำจัดโอกาสน้อยนิดที่ดาวเคราะห์ชื่อ อโพฟิส (Apophis) จะพุ่งชนโลกด้วยอานุภาพทำลายล้างในปี พ.ศ. 2579

อโพฟิสถูกค้นพบในปี พ.ศ. 2547 ที่ระยะ 23 ล้านกิโลเมตรจากโลก ในวงโคจรที่จะซ้อนทับกับกับวงโคจรของโลกในปี พ.ศ. 2572 และจะวกกลับมาในอีก 7 ปีให้หลัง ผู้สังเกตการณ์กล่าวว่าดาวเคราะห์น้อยที่เป็นก้อนหินขนาดมหึมาซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่เกิดระบบสุริยะนี้ มีขนาดกว้างราว 300 เมตร และหนักอย่างน้อย 50 ล้านตัน

หลังจากการสังเกจเพิ่มเติม นักดาราศาสตร์รายงานว่าดาวเคราะห์น้อยดวงนี้อาจพุ่งเฉียดโลกอย่างไม่มีอันตรายในปี พ.ศ. 2572 แต่มันมีโอกาส 1 ใน 44,000 (0.002%) ที่จะพุ่งชนโลกในวันอีสเต้อร์ ซึ่งเป็นวันอาทิตย์ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2579

การเปลี่ยนแปลงเส้นทางของอโพฟิสเพียงเล็กน้อยก็จะสามารถทำให้มันทั้งชนหรือไม่ชนโลก โจนาธาน จิโอจินี่ (Jon Giorgini) นักวิเคาระห์ด้านดาวเคราะห์จากห้องปฏิบัติการแรงขับดันไอพ่นของนาซ่า ในพาซาเดน่า แคลิฟอร์เนีย เผย

"เรายังไม่สามารถจัดการปัญหาเรื่องปี พ.ศ. 2579 ได้" ลินด์ลี่ย์ จอห์นสัน ผู้จัดการแผนตรวจจับดาวเคราะห์น้อยของนาซ่า กล่าวแก่คณะกรรมการ

คณะกรรมการสภานำโดย เออร์วิ่น ชาพิโร่ (Irwin Sharpiro) อดีตผู้อำนวยการศูนย์ฟิสิกส์ดาราศาสตร์ ฮาร์วาร์ด-สมิธโซเนี่ยน ในเคมบริดจ์ แมสซาชูเสตต์ส ภาระที่ได้รับมอบหมายมาจากสภาคองเกรสมี 2 ส่วน คือการตรวจจับและเบี่ยงเบนดาวเคราะห์น้อยที่อาจชนโลก

ในขั้นแรก คณะของชาพิโร่จะต้องเสนอวิธีที่ดีที่สุดในการตรวจจับและวิเคราะห์ร้อยละ 90 ของ "วัตถุใกล้โลก" ที่โคจรระหว่างดาวอังคารและดาวพฤหัสบดีที่มีขนาดใหญ่กว่า 140 เมตรภายในปี พ.ศ. 2563

ประมาณร้อยละ 20 ของวัตถุเหล่านี้ถูกระบุว่าเป็นวัตถุที่มีอันตรายร้ายแรงเพราะมันอาจผ่านเข้ามาในระยะ 8 ล้านกิโลเมตรจากโลก (20 เท่าของระยะจากโลกไปยังดวงจันทร์)

ในจำนวนวัตถุใกล้โลกกว่า 5,000 ชิ้นนี้ มีชิ้นที่ถูกระบุว่าเป็นอันตรายร้ายแรง 789 ชิ้น เท่าที่ตรวจพบ จอห์นสันคาดการณ์ว่าการสำรวจในอนาคตจะทำให้ค้นพบวัตถุประเภทนี้อย่างน้อย 66,000 ชิ้น และประเภทที่เป็นอันตราย 18,000 ชิ้น

การพุ่งชนของวัตถุที่ลอยเกลื่อนกลาดอยู่ในระบบสุริยะเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ จอห์นสันกล่าว "ทุก ๆ 100 ปีจะมีเหตุการณ์ทำนองนี้ให้กังวลอยู่แล้ว แต่มันอาจเกิดขึ้นพรุ่งนี้ก็ได้"

ตัวอย่างเช่น นักดาราศาสตร์มีเวลาเพียง 24 ชั่วโมงในการตรวจพบดาวเคราะห์น้อยขนาดเล็กที่เผาไหม้หมดเหนือท้องฟ้าอัฟริกาเหนือเมื่อ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา วัตถุที่มีขนาดใหญ่กว่าและอันตรายมากกว่าจำเป็นต้องถูกตรวจพบล่วงหน้าหลายปีหรือหลายสิบปี เพื่อให้มนุษย์มีเวลามากพอที่จะเตรียมตัวรับการพุ่งชน

งานอันดับสองสำหรับคณะของชาพิโร่คือการตรวจสอบวิธีต่าง ๆ ที่ได้รับการเสนอมาเพื่อเบี่ยงเบนทิศทางหรือทำลายดาวเคราะห์น้อยที่จะพุ่งชนโลก และค้นหาวิธีที่ดีที่สุด วิธีเหล่านี้รวมไปถึงการใช้ระเบิดนิวเคลียร์ ระเบิดทั่วไป หรือยานอวกาศที่จะผลักหรือดึงดาวเคราะห์น้อยออกจากทิศทางเดิม

มีวิธีแปลก ๆ อยู่บ้างเช่นการทาสีพื้นผิวของดาวเคราะห์น้อยเพื่อให้มันเก็บความร้อนจากดวงอาทิตย์ได้ต่างไปจากเดิมและเปลี่ยนทิศทาง หรือเครื่องฉุดลากด้วยแรงโน้มถ่วง ซึ่งเป็นดาวเทียมที่จะบินเข้าใกล้ดาวเคราะห์น้อย แล้วค่อย ๆ ดึงมันไปข้าง ๆ

ยิ่งดาวเคราะห์น้อยที่เป็นอันตรายถูกตรวจพบเร็วเท่าไร มันก็จะอยู่ไกลจากโลกมาก และถูกเปลี่ยนทิศทางได้ง่ายขึ้นมากเท่านั้น แรงเพียงเล็กน้อยก็จะสามารถเบี่ยงเบนทิศทางได้หากมันอยู่ไกลออกไปหลายล้านกิโลเมตร

ปี พ.ศ. 2572 จะเป็นปีที่สำคัญมาก เมื่ออโพฟิสเคลื่อนที่ผ่านโลกครั้งแรก เส้นทางของมันถูกระบุไว้อย่างแม่นยำ นี่จะทำให้นักดาราศาสตร์สามารถตัดสินได้ว่าโลกจะหลบได้อย่างเฉียดฉิวหรือจะต้องมีการดำเนินการอย่างฉับพลันเพื่อหลีกเลี่ยงการพุ่งชนที่สามารถทำลายล้างทวีปที่มีขนาดเท่ากับยุโรปหรือภาคตะวันออกของสหรัฐอเมริกา

การเบี่ยงเบนทิศทางของดาวเคราะห์น้อยนี้ นักวิทยาศาสตร์จำเป็นต้องทราบรูปทรง น้ำหนัก และส่วนประกอบของมัน หากมันเป็นลูกยางกลวง เราก็ต้องจัดการกับมันต่างจากหินเหล็กตัน

"ค้นหามันเจอก็สำเร็จไปอย่างหนึ่ง แต่เราต้องรู้จักศัตรูของเราด้วย" เจมส์ กรีน ผู้อำนวยการแผนกวิทยาศาสตร์ดาวเคราะห์ของนาซ่า กล่าว

จนถึงปัจจุบัน นาซ่าได้ใช้เงินไป 41 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 1.4 พันล้านบาท) ในการตรวจจับและเบี่ยงเบนดาวเคราะห์น้อย แต่แผนงานวัตถุใกล้โลกกำลังหมดทุน

"มันดำเนินการไปอย่างฝืดเคือง" ชาพิโร่กล่าว

มีการเสนอขอซื้อกล้องโทรทรรศน์ราคาแพง 2 ตัวเพื่อจับตาดูดาวเคราะห์น้อยที่เป็นอันตราย แต่สภาคองเกรสและรัฐบาลของโอบาม่าจำเป็นต้องถูกโน้มน้าวให้อนุมัติเงิน

"ถ้าไม่ซื้อกล้องใหม่ การตรวจจับก็คงไม่ถึงร้อยละ 90" จอห์นสันกล่าว

หลังจากตั้งข้อสงสัยมากมาย สภาคองเกรสก็เห็นความสำคัญในโครงการดาวเคราะห์น้อย จากปากคำของริชาร์ด โอเบ้อร์มานน์ (Richard Obermann) ผู้อำนวยการบุคลากรของคณะกรรมการย่อยเกี่ยวกับอวกาศและอากาศยานในสภา

"เมื่อก่อนมันเป็นเรื่องขบขันในหมู่สมาชิกสภา" โอเบ้อร์มานน์กล่าว "แต่ตอนนี้มันเป็นการสำรวจที่ต้องให้ความสำคัญมาก"

จอห์นสันกล่าวแก่คณะกรรมการของชาพิโร่ว่าการค้นหาดาวเคราะห์น้อยจะต้องมาเป็นอันดับแรก

"แผนงานด้านอวกาศจะทิ้งมรดกให้มนุษยชาติมากกว่าการรู้เวลาและสถานที่ในการเกิดการทำลายล้างในอวกาศ เพื่อให้เราได้มีเวลาเตรียมตัวรับมือเหตุการณ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้นั้น" เขากล่าว

 

ต้นฉบับ : Scientists seek ways to ward off killer asteroids





ค้ดลอกจาก วิชาการดอดคอม http://www.vcharkarn.com/vnews/151939
Last Updated on Wednesday, 18 February 2009 22:13
 

Add comment


Security code
Refresh

โฆษณาประชาสัมพันธ์ ธุรกิจของท่าน

 

ความเห็นของผู้อ่าน บทความต่างๆ ที่เข้ามาล่าสุด

รวมเรื่องราว ปี 2012

Other Articles