|
จะพัฒนาของประทาน และก้าวไปสู่พันธกรทั้งห้าได้อย่างไร ตอนที่ 2 |
|
|
|
|
Friday, 02 April 2010 00:33 |
แล้วเราจะก้าวไปสู่ การรับใช้ตามของประทาน และ สู่ระดับพันธกรทั้งห้าได้อย่างไรตอน การพัฒนา และแก้จุดอ่อนใน ของประทานบุคลิคภาพก้าวที่หนึ่ง ท่านต้องฝึกฝนและค้นหา เข้าใจรู้ภาระใจและการทรงเรียก และ ถูกสร้างให้เจริญเติบโต
ให้ท่านรับใช้หลายๆอย่าง จนค้นพบภาระใจของตัวเอง แม้ท่านอาจต้อง ถูกผู้นำสลับปรับเปลี่ยน การรับใช้ หรือเมื่อท่านรับใช้ไป มันไม่เกิดผล ท่านจะปล้ำสู้ แล้วต้องเปลี่ยนเมื่อเวลามาถึง ก็อย่าท้อแท้ อย่าอาย เมื่อต้องถูกปรับเปลี่ยน และอย่ากลัว เพราะเรากำลังค้นหา ของประทานของเรา ในด้าน ภาระใจ เพราะ ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจ พื้นฐานของ ของประทานก่อน เพราะเมื่อเราเกิดมา เราได้รับ ของประทานในด้าน ภาระใจ หรือบางคนเรียกว่า ของประทาน ด้าน บุคลิคภาพ และวันหนึ่ง เมื่อเรารับเชื่อ กลับใจไหม่ วันนั้น การเจิม ในของประทานนั้น จะถูกปลอดปล่อยออกมา ในการรับใช้พระเจ้า เราเรียกว่า ของประทานจากพระบิดา ซึ่งประทานให้แก่เราตั้งแต่เกิด ซึ่งอยู่ในพระธรรม(รม12:3-8)
นักวิชาการบางคนเรียกว่า ของประทานแห่งการไถ่ ก็คือ ของประทานด้านนี้จะมีการเจิมใน การรับใช้ในตัวเอง เพื่อไถ่บ้านเมือง ที่เขาอาศัยอยู่ หรือใช้ภาษาง่ายๆ ก็คือ ด้วย ภาระบุคลิคภาพของเขา เพื่อช่วยเหลือบ้านเมือง ที่เขาอาศัยอยู่ แต่หากวันหนึ่งเขาเชื่อในพระเจ้า ของประทานเหล่านี้ ก็จะเป็นพระพรในการรับใช้ในคริสตจักร แต่ว่าก็มีจุดอ่อนจุดแข็งในของประทานนั้นๆ ในลักษณะนิสัยนั้นๆ ที่เราต้องระวังด้วย นี่เอ เป็นส่วนที่คริสตจักร จะสร้างสาวก ให้เขาเติบโต จนเป็นผู้ไหญ่ในพระคริสต์ และเจ้าตัวเองต้องตั้งใจที่จะสร้าง ตัวเองให้เจริญเติบโตเข้มแข็ง จนสามารถ เอาชนะจุดอ่อนนั้นให้ได้ เราจึงจะสามารถรับใช้ เข้าใจการเจิม และเกิดผลได้อย่างเต็มที่ ดังเช่น
คนที่มีของประทาน การเผยวจนะ จะเป็นผู้ที่ดึงเอาสิ่งไหม่ ของพระวจนะของพระเจ้า เพื่อนำการรื้อฟื้นขึ่นมา มีการเจิมเหนือความยากจน แต่ก็จะมีจุดอ่อน เรื่องความสัมพันธ์กับผู้อื่น
คนที่มีของประทาน ผู้ปรนนิบัติ จะมีการเจิมและสิทธิตั้งแต่เกิด เรื่องการมีชีวิตเพื่อพระกาย การอธิษฐาน วิงวอนเพื่อผู้นำ รื้อฟื้นดูแลครอครัวที่ไม่มีใครสนใจ แต่จุดอ่อน ของเขาก็คือ เขาเป็นคนยอมทุกอย่างเพื่อสันติภาพ บางทีอลุ่มอล่วย และบางครั้งตกเป็นเหยื่อ แห่งการรับใช้ ยอมทำให้ ได้ แต่หากว่าเขาไม่เป็นผู้ไหญ่ พอหรือเติบโตฝ่ายวิญญาณ จะเป็นเหยื่อแก่ผู้ที่คิดเอาเปรียบเขาได้ง่ายดาย ในการใช้งานเขา หรือมอบงานให้ทำโดยแรงจูงใจที่ผิด คนที่มีของประทานเช่นนี้จะยอมโดย ไม่พิจจรณาใดๆเลย และเข้าใจว่าจนเอง ทำเพื่อ……แล้วแต่ละคนจะคิดครับ
คนที่มีของประทาน การเป็นครู เขาจะเดินในการสามัคคีธรรม กับพระเจ้า ปลดปล่อยความจริง พระคำแก่คนรุ่นต่อไป แต่หากเขาไม่โต เขาจะกลายเป็นคนมีวิญญาณศาสนาได้ เพราะเขาเป็นคนสอน มีแนวโน้มจะสร้างกฎระเบียบ แปลกๆตามความเจริญเติบโต และบาดแผลของเขา อีกทั้ง ยังมีนิสัยที่เลือกความรับผิดชอบด้วย
คนที่มีของประทาน ผู้ตักเตือน ก็จะมีการเจิมในการทำไห้เกิดความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เข้าใจพระคำ แต่หากเขาไม่โต จะคลั่งไคล้การปลอบโยนได้
คนที่มีของประทาน ของการเป็นผู้ให้ จะมีการเจิม ในการเลี้ยงดู สักเกตุ เขาจะให้เวลา หาสิ่งโน้นสิ่งนี่ แก่คนอื่น หากเป็นคนเลี้ยงดูก็ให้เวลา แแกะที่เขาเลี้ยงเป็นอย่าดี แต่หากเขาไม่โต เขาก็จะเป็นคนที่ให้โดยไม่ใช้สติปัญญา ให้ในสิ่งไม่สมควรให้ คนที่มีของประทาน การครอบครอง จะมีสิทธิอำนาจปลดปล่อย การเจิม ดูแลปกครอง อารักขา แต่หากไม่โต จะกลายเป็นคนตักตวงผลประโยชน์ให้กับตัวเองไปเลย
คนมีของประทาน เมตตา ก็จะมีการเจิมในการสัมผัสพระเจ้าง่าย การนมัสการ การทรงสถิต เรื่องแบบนี้จะดูง่ายสำหรับคนมีของประทานกลุ่มนี้ แต่หากไม่โตก็จะกลายเป็นคนที่ดื้อรั้น เน้นอารมณ์ ไม่ฟังใครไปเลย
ของ ประทานทั้งหมด เปรียบเสมือน การวางพื้นฐาน ในการแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ช่วยเหลือ สนับสนุนกัน และทุกของประทาน จำเป็นประสานกัน ในการทำงานทั่วไป การเลี้ยงดู การ สร้างสาวก การประกาศ ทีมนมัสการ และเขาทั้งหมดต้องรับการสร้างเป็นสาวก เกิดผลของพระวิญญาณ ถูกขัดเกลา เพื่อจะเอาในมุมลบออกไป และ เอาชนะจุดอ่อนให้ได้ก่อนครับ เพื่อพวกเขาจะได้เป็นแสงสว่างให้แก่ โลกนี้ และใช้ของประทานเหล่านี้ไถ่ ปลดปล่อย บ้านเมือง คริสตจักรให้มีชัยชนะ ที่เป็นกองทัพที่มีชีวิตไม่ใช่กองทัพที่ป่วย และเป็นกองทัพที่มีวินัยไม่ใช่ เอาทุกของประทานมากองรวมกันแต่ประสานกันไม่ได้เพราะ มีปัญหาเรื่องความไม่เติบโตฝ่ายวิญญาณครับ
เราลองมาฟังเรื่องนี้ด้วยกัน หากมีผุ้สนใจมาเยี่ยมคริสจักร บังเอิญผู้คนนั้นไปเดินชน ถาดคุกกี้ หกเลอะเทอะในห้องประชุม ก่อนการนมัสการ คนที่มีของประทาน เผยวจนะ ก็จะ มีถ้อยคำหนุนใจ ชูใจให้สั้นๆง่ายๆ ส่วนผู้ปรนนิบัติก็จะรีบมา ช่วยในการ รักษาความสะอาด โดยไม่บ่นเลยสักคำ ผู้มีของประทานครู ก็จะเริ่มสอน แก่ผู้จัดวางถาดขนมว่า คราวหน้าควรวางอย่างไร แล้วผู้ตักเตือน ก็หนุนใจ คนที่เริ่มบ่น ว่ายังไงพวกเราให้เป็นหนึ่งเดียวกันนะ อย่าบ่นเลย ส่วนผู้ให้ ก็จะรีบไปซื้อขนมอันใหม่มา และ ผู้ครอบครอง ก็มาจัดการพูดหนุนใจ สังเกตว่าคราวหน้าควรจัดโต็ะ บริหารวางคนจัดการ บริเวรนี้อย่างไร และคุกกี้อาหารวางตรงไหน จัดการคิดบริหารใน ความเรียบร้อยอย่างรวดเร็ว และคนทีความเมตตา ก็เข้าปลอบโยน ผู้สนใจ ที่มาเยี่ยมที่เดินชน คุกกี้นั้น
มันเป็นภาพสวยงาม หากทุกของประทาน มีชีวิตที่เติบโต และทำหน้าที่ เหมาะสม เมื่อมีการทำผิด พลาดอย่างหนึ่งอย่างใด มีการ แก้ไขครบสมบูรณ์ แต่หากว่า แต่ละของประทานไม่โต ก็จะมีแต่การตำหนิ ต่อว่า บ่น และปราศจากการ แก้ไขในเหตุการณ์ที่เกิดขึ่น ซึ่งจะทำไห้ท้อใจ ไปในที่สุด ด้วยเหตุนี้ การรับใช้ หลายๆอย่างค้นหาภาระ ใจ และพัฒนาสู่ความเจริญเติบโตเป้นอันดับหนึ่ง และแต่ละของประทานยังคงทำหน้าที่ของตัวเอง คือ ประกาศ สร้างสาวก ตามพระมหาบัญชาต่อไป แต่เขาก็ยังคง รับใช้ด้านอื่นๆตามภาระใจในคริสตจักร และสิ่งสำคัญที่สุดคือ ความสัมพันธ์ที่ดี กับ เพื่อนๆในคริสตจักร และกับผู้นำที่ดูแลท่าน จะทำไห้ท่าน มีโอกาส เปิดโอกาส ให้ท่านรับใช้เขาเหล่านั้น
จุดนี้เราต้องยอม รับใช้ หลายๆด้าน จนกว่าจะรู้ว่า เราเด่นชัด มีภาระใจ และพระเจ้าใช้เรา ด้านไหน ? ใช่ !ความสัมพันธิ์ กับผู้นำเขาจะช่วยบอกท่านว่าท่านเหมาะหรือเปล่า และการรับรองยืนยัน จากเพื่อนสมาชิก ผลที่เกิดขึ่นกับตานั้นเอง สรุปคือ การยอมรับซึ่งกันและกัน ต้องมาก่อน
กุญแจ สำคัญในการรับใช้ในมิตินี้ คือ จัดการบาดแผล นิสัย ที่ทำให้เรา ต้องสูญเสียความสัมพันธ์ กับพระกาย เราจำเป็นต้องถ่อมใจ ปล้ำสู้เพื่อมีชัยชนะในจุดอ่อนของเรา เพื่อความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้นำและคนอื่นๆ เพื่อจะได้มีโอกาส รับใช้ในก้าวที่สองได้ คัดลอก http://www.james7.org/5-minute-4-leader/-20/46---20/151--2
|
|
Last Updated on Friday, 02 April 2010 00:34 |