Home เกร็ดความรู้ของคริสเตียน ทำไมต้องรู้จักพระเยซู... อะไรๆ ก็พระเจ้าๆ - Why do I need to know Yeshua (ตอนที่ 2)

Visitors Counter

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter

Who's Online

We have 33 guests online

Alexa

ทำไมต้องรู้จักพระเยซู... อะไรๆ ก็พระเจ้าๆ - Why do I need to know Yeshua (ตอนที่ 2) PDF Print E-mail
Tuesday, 09 March 2010 19:34

บทความจาก นายรีวัฒน์ เมืองสุริยา Chiang Rai, Master of Divinity, Master of Art, BA in Education Administration, Thailand  (http://reewat.blogspot.com)


เราจะเป็นคนที่มีชัยเหนือความบาป ความชั่วและมีความสุขได้อย่างไร

คำถามนี้เป็นคำถามที่คนมักจะถามอยู่เสมอ ในบทความนี้มีคำตอบสำหรับคนที่ต้องการแสวงหาความจริง

ตามความเป็นจริงแล้วในตอนแรกนั้นพระเจ้าได้สร้างมนุษย์ให้มีจิตวิญญาณ ความคิด และจิตใจที่สอาด ผ่องแผ้ว แต่มนุษย์คู่แรกได้หลงผิด หลงเชื่อคำหลอกลวงของวิญญาณร้าย ที่เราเรียกมันว่า ซาตาน 


ทำให้มนุษย์ถูกตัดขาดจากพระเจ้า ขาดจากพระศิริ และไม่สามารถมีชีวิตอยู่โดยสามารถปฏิบัติตามกฎศีลธรรม ตามบทบัญญัติแห่งศาสนาที่ตนนับถือ และมโนธรรมที่ดีที่พระเจ้าได้ใส่ไว้ในจิตใจตั้งแต่เริ่มแรกได้ เนื่องจากความผิดบาป นิสัยบาป ยีนส์บาป คำแช่งสาปแห่งบรรพบุรุธ โรคตามสายเลือด  ถูกครอบงำด้วยวิญญาณชั่วต่างๆ สิ่งเหล่านี้คือเหตุผลสำคัญที่พระเยซูคริสต์ได้ลงมาเกิดเป็นมนุษย์ คือเพื่อช่วยคนบาปให้รอดพ้นจากโทษแห่งการละเมิดบทบัญญัติแห่งศาสนาและศีลธรรมด้วยความเชื่อในพระนามของพระองค์  พระเยซูสามารถดำเนินชีวิตอย่างขาวสอาด และมีชัยชนะเหนือความต้องการของเนื้อหนัง ตามธรรมดาของมนุษย์ได้


พระเยซูมีอะไรที่พิเศษกว่ามนุษย์ทั่วไป คือ

พระเยซูประกาศตนว่ามาจากพระเจ้าและเป็นพระเจ้า: การเป็นพระเจ้าของพระเยซูมิได้เกิดจากการที่คนอื่น หรือผู้ติดตามคำสอนแต่งตั้งให้พระองค์เป็น หรือมีคนยกเอาคุณงามความดีหรือคำสอนที่มนุษย์ค้นพบ หรือบัญญัติขึ้นและถูกยกเป็นพระเจ้า แต่ พระเยซูบอกว่า เราคือพระผู้ช่วยให้รอดของชาวโลก พระองค์พูดและสอนในสิ่งที่พระเจ้ากำหนดไว้ให้พระองค์สอน ให้พระองค์พูด
พระองค์คือพระเจ้าที่ลงมาเกิดรับสภาพเป็นมนุษย์ เพื่อไถ่มนุษย์ออกจากการรับโทษจากการทำบาป

พระเยซูบอกว่า "เราเป็นทางนั้น" ที่จะนำไปสู่สันติสุขอันนิรันดร์ พระเยซูไม่ได้บอกว่า เราเป็นผู้ชี้ทาง
แต่พระองค์เป็นเส้นทางที่นำเราไปสู่เป้าหมายสูงสุดที่มนุษย์ทุกคนแสวงหา คือความสุขที่แท้จริง อันนิรันดร์ ไม่ใช่ความสุขชั่วคราว หรือ ความสำเร็จ, สุขภาพ, ร่างกายที่สมบูรณ์ แต่ว่า คือความสันติสุขอันมั่นคงถาวร

พระเยซูบอกว่า "เราเป็นความจริง" และ "เราเป็นชีวิต" ไม่มีใครไปหาพระเจ้าได้ยกเว้นมาทางเรา 


การมีชัยเหนือความอยากอาหาร:  พระเยซูอดน้ำและอาหารเป็นเวลา 40 วันในทะเลทราย ก่อนที่พระองค์จะออกไปทำความดี รักษาผู้คน และบอกเกี่ยวกับการมาแห่งการปกครองของพระเจ้า ซึ่งชาวคริสต์เรียกสิ่งนี้ว่า แผ่นดินของพระเจ้า ซึ่งเป็นอาณาจักรที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าแต่มีอยู่จริง

การกำเนิดอย่างอัศจรรย์: พระเยซูไม่ได้เกิดจากการมีเพศสัมพันธ์ของมนุษย์ชายและหญิงตามธรรมชาติ แต่เกิดจากหญิงพรหมจารี ด้วยฤทธิอำนาจของพระวิญญาณของพระเจ้า พระเยซูมีเชื้อสายเป็นกษัตริย์แต่ยอมลดฐานะมาเกิดในที่อันต้อยต่ำคือรางหญ้าในคอกสัตว์ เทศกาลคริสต์มาสที่คนทุกชาติฉลองกันทั่วโลกก็เพราะพระองค์ยังเป็นอยู่นั่นเองคนทั่งโลกจึงมีการฉลองวันเกิดให้กับพระเยซู

ชัยชนะเหนือผีและวิญญาณ: ตลอดเวลา 3 ปีที่พระเยซูออกไปประกาศเรื่องการมาของแผ่นดินของพระเจ้า หรือเรียกกันง่ายๆ ว่า การปกครองของพระเจ้าด้านความคิด ความเชื่อและจิตวิญญาณ พระเยซูได้ขับผีออกจากคนต่างๆ มากมาย  คนหายจากการเป็นโรคหลายอย่างด้วยการขับผีให้ออกไป

ชัยชนะเหนือความป่วยไข้: พระเยซูทำการอัศจรรย์ได้ด้วยฤทธิเดชของพระเจ้า ที่เรียกว่าพระวิญญาณบริสุทธิที่ประทับอยู่ในตัวของพระเยซู พระองค์ไปที่ใดก็รักษาโรคภัยไข้เจ็บของประชาชนที่ได้รับความทุกข์ยากจากโรค ภัยต่างๆ  รักษาคนเจ็บป่วยให้หายจากโรคที่แพทย์ไม่สามารถรักษาไม่หาย ทั้งโรคที่เกิดกับร่างกาย และโรคที่เกี่ยวกับจิตใจ อารมณ์ และจิตวิญญาณ และพระเยซูยังสามารถเรียกคนตายให้ฟื้นขึ้นมาได้

ชัยชนะเหนือความตาย:  นอกจากพระเยซูจะเรียกคนตายให้ฟื้นได้แล้ว  ศัตรูทางความคิด ความเชื่อของพระองค์ที่เรียกว่า พวกอาจารย์ทางศาสนา (ธรรมาจารย์) ได้ใส่ความและปั้นพยานเท็จปรักปรำ พวกเขาลงโทษด้วยการเฆียนตี ทรมาน ทำทารุณกรรมต่างๆ จนพระองค์บอบช้ำอย่างสาหัส แล้วยังส่งตัวพระองค์ให้ผู้ปกครองประเทศอิสราเอลในขณะนั้น คือตัวแทนของจักรวรรดิ์โรมัน ให้ตัดสินประหารชีวิตพระองค์ด้วยการเอาไปแขวนไว้บนไม้กางเขน โดยการตอกตะปูที่ข้อมือทั้งสองข้าง ที่หลังเท้าทั้งสองข้าง และเอาหนามแหลมสานเป็นมงกุญสวมไว้ที่ศรีษะของพระองค์ และเขียนป้ายประจานด้วยคำว่า พระเยซูกษัตริย์ของพวกยิว เขายอมปล่อยตัวนักโทษที่เลวร้ายเพื่อให้พระเยซูถูกฆ่าตาย เมื่อพระเยซูคริสต์สิ้นชีวิตแล้ว พวกสาวกของพระองค์ได้ขอนำพระศพไปฝังไว้ในอุโมงค์หินแห่งหนึ่งในวันศุกร์

พวกศัตรูของพระเยซูเกรงว่าจะมีคนมาลักพระศพของพระองค์จึงจัดการให้ทหารมี 1 หมู่ไปเฝ้าปากทางเข้าอุโมงค์ไว้ตลอดเวลา พระเยซูสิ้นชีวิตในตอนเย็นวันศูกร์แล้วถูกนำไปฝังไว้แต่ในวันที่ 3 คือเช้าวันอาทิตย์ (ชาวคริสต์เรียกว่า วันอิสเตอร์) เกิดแผ่นดินไหวสั่นสท้าน  ก้อนหินก้อนใหญ่ที่ปิดปากอุโมงค์ฝังพระศพของพระเยซูได้กลิ้งออกอย่างอัศจรรย์ เมื่อสาวกของพระเยซูเข้าไปดูในอุโมงค์ก็ไม่พบพระเยซู พวกเขาตื่นตกใจระคนดีใจที่ได้เห็นทูตของพระเจ้าบอกเขาว่าพระเยซูเป็นขึ้นแล้ว

ต่อมาพระเยซูได้ปรากฎตัวในที่ต่างๆ ต่อสาวกของพระองค์หลายๆ คน สาวกบางคนคิดว่าพระเยซูเป็นผี แต่พระเยซูก็ให้พวกเขาจับดูเนื้อหนังของพระองค์  และมีครั้งหนึ่งพระเยซูได้กินปลาปิ้งกับสาวกของพระองค์ด้วย พระเยซูได้สั่งสอนถึงเรื่องราวของพระเจ้าเพิ่มเติมหลังจากเป็นขึ้นจากความตาย
หลังจากนั้นพระองค์ได้พาสาวกไปยังเนินเขาแห่งหนึ่ง พระเยซูสั่งถ้อยคำมีใจความสำคัญว่า ให้สาวกออกไปประกาศเรื่องการยกโทษความบาปของมนุษย์ให้แก่คนทุกชาติ ทุกภาษา ทั่วโลก เพื่อให้พวกเขารู้ว่าพระเจ้าได้ประกาศการยกโทษบาปของมนุษย์แล้วโดยการเชื่อถือข่าวที่พวกคริสเตียนนำไปเล่าให้ืทุกคนฟัง คือเรื่องที่พระเยซูได้ตายที่ไม้กางเขนนั้นเป็นความสำเร็จในแผนการไถ่บาป เป็นการยกโทษบาปของมนุษย์ทุกคน เพราะความบาปเกิดจากคนๆ เดียว และโดยการตายของบุตรของพระเจ้าเพียงผู้เดียวก็สามารถยกบาปโทษของคนทั้งโลกได้เช่นเดียวกัน

เนื่องจากการประกาศเรื่องการยกบาปนี้เป็นเรื่องที่เข้าใจยากสำหรับคนทั่วไป คนทั่วไปจะคิดว่าเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ หรือสงสัยว่าเป็นไปได้อย่างไร  พระเยซูจึงให้สาวกของพระองค์ทำการอัศจรรย์ต่างๆ คล้ายๆ กับที่พระเยซูเคยทำด้วยการอธิษฐานวางมือบนคนเจ็บ คนป่วย คนเหล่านั้นจะหายโรค เมื่อมีคนถูกวิญญาณร้ายรบกวน หรือถูกของ ถูกผีเข้า พวกคริสเตียนจะสามารถขับผี ปัดรังครวญได้ โดยไม่ต้องมีการเสียค่าใช้จ่าย หรือเรียกร้องเอาผลประโยชน์ใดๆ  เพียงแต่คนที่ได้รับการรักษาจะต้องกลับตัวเป็นคนดี เลิกนิสัยบาป เลิกกราบไหว้ รูปเคารพต่างๆ ที่มือมนุษย์ได้สร้างขึ้น หรือสิ่งที่มีอยู่ในธรรมชาติ เช่น ภูเขา ยอดดอย ต้นไม้ใหญ่ แม่น้ำ ท้องฟ้า และดวงดาว หรือวิญญาณต่างๆ เช่น ภูติผี เจ้าพ่อ เจ้าแม่ ผีญ่านาง ผีบอป เทพฯใดๆ หรือผีใดๆ ก็ตามที่สิงสถิตในที่ต่างๆ

พระเยซูจะคุ้มครองและดลบันดาลให้คนใดๆ ที่เชื่อในพระองค์มีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี มีความสุข เมื่อเรามีชีวิตอยู่ครบตามวาระแล้ว  เมื่อตายไปพระเยซูจะให้เทวดา (ทูตสวรรค์) ของพระองค์มารับเอาวิญญาณที่ตายไปขณะมีเชื่อถือในพระองค์ไปอยู่กับพระองค์ในเมืองสวรรค์

คนที่ไม่รู้จักพระเจ้าองค์เที่ยงแท้จะตกอยู่ในสภาพถูกเอาเปรียบ ถูกให้เสียทรัพย์ด้่วยการก่อสร้างถาวรวัตถุ หรือ หรือแสวงหาทางออกด้วยการทำบุญ ทำทาน หรือซื้อบุญ หรือไปสวรรค์ด้วยวิธีง่ายๆ คือให้คนอื่นซื้อบุญเผื่อให้ หรือ ทำทานไปให้เช่น เผารถจำลอง เผาบ้านจำลอง เผาตึกจำลอง หรือของจริงๆ หรือสิ่งใดๆ ไปให้ผู้ตายเพื่อจะได้ใช้ในชีวิตหลังความตาย

พวกที่เชื่อในพระเยซูอย่างแท้จริงเมื่อใกล้ตายพวกเขาจะไม่ทุรนทุราย และพวกเขาไม่จำเป็นต้องเรียนรู้วิธีการไปพบพระเจ้า หรือรู้วิธีเดินทาง หรือาศัยพาหนะ เช่น สุพรรณหงษ์ทองคำ  เรือบุศบกส์ ปราสาทกี่ชันๆ หรือกงเต็ก หรืออะไรๆ ที่มนุษย์จินตนาการไปต่างๆ นาๆ ตามความเชื่อของคนแต่ละชาติ แต่ละศาสนา แต่ละเผาพันธุ์ในการไปสวรรค์ เพราะทูตของพระเยซูจะพาพวกเขาไปสวรรค์เอง

คนที่เชื่อในพระเยซูสามารถไปสู่สวรรค์ได้  เปรียบเหมือนกับคนที่จะเดินทางไปในต่างประเทศที่เจริญแล้ว คนที่จะเข้าไปในประเทศอื่นจะต้องขอรับวีซ่า เพื่อรับอนุญาตจากรัฐบาลประเทศนั้นๆ อนุญาตให้เข้าประเทศอย่างถูกต้องได้  คนที่เชื่อพระเยซูก็เช่นเดียวกันพวกจะได้รับอนุญาตให้เข้าไปอยู่ในสวรรค์พร้อมกับผู้เชื่อคนอื่นๆ ที่ได้เชื่อถือในพระนามของพระเยซูเพราะกลับตัวกลับใจจากความบาป  ประพฤติตนเป็นพลเมืองที่ดีของชาติ ไม่โกงไม่กิน เป็นพ่อแม่ที่ดี เป็นสามี ภรรยาที่ดี  ไม่เล่นชู้ ไม่ส่ำส่อนทางเพศ ไม่หน้าไหว้หลังหลอก  เป็นคนงานที่ดี เป็นเพื่อนบ้านที่ดี พวกเขาสามารถเป็นคนดีได้เพราะพระเจ้าช่วยเปลี่ยนจิตใจเขาให้เป็นคนดีอย่างอัศจรรย์  อย่างไรก็ตามตามหลักของพระเจ้าแล้วมนุษย์ไม่ได้เข้าสู่สวรรค์ด้วยกระพยายามประพฤติดี แต่พวกเขาได้เข้าสู่สันติสุขนิรันดร์ด้วยการเชื่อในพระเยซูอย่างแท้จริง เชื่อด้วยใจ ปฎิบัติด้วยคำพูดและการกระทำเท่านั้น ไม่ใช่ด้วยคุณงามความดี หรือทรัพยของตน

Last Updated on Tuesday, 09 March 2010 19:52
 

Add comment


Security code
Refresh