Visitors Counter

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday756
mod_vvisit_counterYesterday3971
mod_vvisit_counterThis week11632
mod_vvisit_counterThis month31758
mod_vvisit_counterAll (since 19Jan2009)2121412

Who's Online

We have 166 guests online

Alexa

Cannibal : มนุษย์กินคน PDF Print E-mail
Thursday, 24 December 2009 06:48

 

 

ชนเผ่าดุร้ายที่เรียกว่ามนุษย์กินคน(Cannibalism)ยังมีอยู่ในโลกนี้ไหม?

          ตามที่รู้มาเข้าใจว่า คงหมดไปจากโลกนี้แล้ว

                เคยมีคนเล่าให้ฟังว่า เวลาที่สัปเหร่อเผาศพใดศพหนึ่ง แล้วปรากฏว่าศพนั้นไม่ยอมไหม้ไฟ แสดงว่าคนตายเคยเล่นพวกของขลัง ทำให้หนังเหนียวและอยู่ยงคงกระพัน วิธีแก้เคล็ดก็คือสัปเหร่อจะใช้มีดพิเศษที่ลงอาคมแล้วและท่องคาถาแก้ จากนั้นจะใช้มีดปาดลงไปบนเนื้อส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายศพ ส่งเข้าปากเคี้ยวกลืนและกรอกเหล้าขาวตาม เมื่อจุดไฟเผาอีกครั้งศพก็จะมอดไหม้เป็นจุลทันที

                ในพระธรรม ๒ พงศ์กษัตริย์ บทที่ ๖ เป็นสมัยที่กษัตริย์เยโฮรัมปกครองประเทศอิสราเอล และกษัตริย์เยโฮชาฟัทปกครองประเทศยูดาห์อยู่นั้น กษัตริย์เบนฮาดัดได้นำกองทัพอันเกรียงไกรของอาณาจักรชีเรียมาประชิดและล้อมกรุงสะมาเรียไว้ ทำให้เกิดวิกฤติข้าวยากหมากแพง ประชาชนพากันอดอยากอย่างหนักแทบจะเอาชีวิตไม่รอด  ขณะนั้นพระเจ้าได้ทรงส่งผู้เผยพระวจนะเอลีชามาหนุนจิตชูใจพวกเขา

                มีเรื่องน่าเศร้าได้ขึ้นเมื่อหญิงลูกอ่อนสองคนได้ตกลงกันว่า วันนี้จะต้มลูกของคนแรกกิน และวันต่อไปจะต้มลูกของคนที่สอง แต่ปรากฏว่าเมื่อถึงคิวของหญิงคนที่สองต้องฆ่าลูก เธอกับเบี้ยวและไม่ยอมทำตามสัญญา ดังนั้น จึงมีการฟ้องร้องเรื่องนี้ไปถึงกษัตริย์อิสราเอล  

                ในศตวรรษที่ ๑๙ ในประเทศไอร์แลนด์เกิดการขาดแคลนอาหารอย่างหนัก ทำให้ผู้คนจำเป็นต้องหันมาฆ่ากันเองเพื่อกินเป็นอาหาร และในทศวรรษ ๑๙๓๐ ก็เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นในประเทศรัสเซีย มนุษย์ต้องกินกันเองเพื่อจะมีชีวิตอยู่รอด 

                ในสมัยก่อนมีชนเผ่า The Fore ในปาปัวนิวกินี (Papua New Guinea) ซึ่งอยู่ในเกาะกลางมหาสมุทรแปซิฟิก นิยมชมชอบในการกินเนื้อมนุษย์เป็นอันมาก ส่วนมากพวกนี้จะกินเนื้อของศัตรูหรือคนแปลกหน้า ในหนังสือประวัติของมิชันนารี From Jerusalem To Irian jaya ในชื่อภาษาไทยว่า จากเยรูซาเล็มสู่ปลายแผ่นดินโลก เขียนโดยรูธ เอ ทักเกอร์ (Ruth A. Tucker) ได้เล่าถึงมิชชันนารีสองคนที่เดินทางไปยังเกาะปาปัวนิวกินี ตอนแรกพวกชนเผ่าพื้นเมืองทำทีต้อนรับอย่างดี แต่พอมิชชันนารีเผลอตัว พวกเขาก็กระโจนเข้าฆ่าและนำเนื้อไปเป็นอาหาร เมื่อหน่วยงานส่งมิชชันนารีตามมาภายหลังก็พบว่า สองคนนั้นเหลือแต่กระดูกกองอยู่ที่ชายหาด   

แต่ขอบพระคุณพระเจ้า ในเวลาต่อมาเมื่อชนเผ่ากินคนได้รับข่าวประเสริฐของพระเยซูคริสต์ ชีวิตของพวกเขาได้รับเปลี่ยนแปลงใหม่ (๒ คร. ๕.๑๗) และพฤติกรรมของพวกเขาก็เปลี่ยนไป มีการตรวจพบว่า คนบนเกาะนี้เป็นโรคประสาททางสมองเสื่อม ที่เรียกว่าโรค Kuru เพราะกินสมองของมนุษย์  และพวกเขาได้เลิกกินคนตั้งแต่ปี ๑๙๕๗ เป็นต้นมา  

มีเรื่องเล่าว่า วันหนึ่งนักท่องเที่ยวชาวตะวันตกได้ไปเดินเล่นที่ชายหาด ก็เห็นคนพื้นเมืองนั่งอยู่ใต้ต้นมะพร้าว ในมือมีหนังสืออยู่เล่มหนึ่ง จึงเข้าไปถามว่า กำลังอ่านหนังสืออะไร?

เขาตอบว่า พระคริสตธรรมคัมภีร์

นักท่องเที่ยวหัวเราะพร้อมกับส่ายหน้า และบอกว่า คุณรู้ไหม หนังสือเล่มนี้ที่ประเทศของผมนั้น มันเป็นหนังสือโบราณที่ล้าสมัยแล้ว พวกเราไม่มีใครไม่อ่านกันหรอก

คนเผ่าปาปัวนิวกินีมองหน้าแล้วชี้มือที่พระคัมภีร์ และชี้ไปที่ฝรั่งนักท่องเที่ยว แล้วชี้มาที่ท้องของตนเอง พร้อมกับพูดขึ้นว่า คุณรู้ไหม ถ้าไม่มีพระคัมภีร์เล่มนี้ ป่านนี้คุณอยู่ในท้องของผมแล้วล่ะ

???!!

ในทวีปออสเตรเลียก็พบว่ามีการกินมนุษย์ด้วย มีชนพื้นเมืองเผ่า อะบอริจินส์ (Aborigines)  ที่เคยมีประเพณีกินชิ้นส่วนร่างกายของคนตายที่เป็นญาติกัน ด้วยเข้าใจว่าการกระทำอย่างนั้นเพื่อให้วิญญาณของคนตายเข้ามาอยู่ในร่างของคนกินและวิญญาณนั้นจะอยู่รอดปลอดภัย

เมื่อประมาณ ๘๕๐ ปีก่อนมีชนเผ่าอินเดียแดงในรัฐโคโรลาโดของสหรัฐอเมริกา ก็นิยมชมชอบการกินเนื้อมนุษย์ด้วย ซึ่งพิสูจน์ได้จากหลักฐานที่ขุดค้นพบ  สมัยก่อนก็พบว่าในเผ่าเมารี (Maoris) ซึ่งเป็นคนพื้นเมืองบางกลุ่มในประเทศนิวซีแลนด์ก็พิสมัยการกินเนื้อมนุษย์ด้วยเช่นกัน

มีคนกล่าวว่า ปัจจุบันพวกดุร้ายกินเนื้อคน(Cannibalism) อาจหมดไปจากโลกแล้ว แต่ที่มาแทนอย่างเข้มแข็งก็คือ การกินมนุษย์ด้วยกันเอง ผ่านการคดโกง ต้มตุ๋น ค้าทาสเด็กและผู้หญิงข้ามประเทศ

ผมว่านี่เป็นความจริงร้อยเปอร์เซ็นต์เลย!

 

เปาโลได้ตักเตือนคริสเตียนอย่างตรงไปตรงมาว่า ถ้าท่านกัดกินเนื้อกันและกัน จงระวังให้ดี เกรงว่าจะย่อยยับไปตามๆกัน (กท. ๕.๑๕) พระคัมภีร์ฉบับประชานิยมแปลดังนี้ จงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง แต่ถ้าพวกท่านทำเหมือนสัตว์(คนไทยถือว่ามนุษย์เป็นสัตว์ประเสริฐ-ผู้เขียน) กัดกันและทำร้ายกันเอง ถ้าเช่นนั้นก็จงระวังให้ดี ท่านจะทำลายกันจนหมดสิ้น

แน่นอน ปัจจุบันนี้เราไม่กินเนื้อมนุษย์กันแล้ว แต่พระคัมภีร์ใช้ความหมายการทำลายล้างกัน

ที่เรียกว่า กิจการฝ่ายเนื้อหนัง เช่น การล่วงประเวณี-ผิดศีลธรรมในทางเพศ  การโสโครก-จิตใจที่ไม่บริสุทธิ์  การลามก การนับถือรูปเคารพ การถือวิทยาคม-ทำเวทมนต์คาถา  การเป็นศัตรูกัน-การวิวาทต่อสู้กัน  การอิจฉาริษยากัน การโกรธกัน การใฝ่สูง การทุ่มเถียงกัน การแตกก๊ก-แตกแยกเป็นหมู่เป็นเหล่า  การเมาเหล้า-ดื่มสุราเมามาย  การเล่นเป็นพาลเกเร[1]  

เราจะขจัดการเข่นฆ่าและกินเนื้อซึ่งกันและกันเหล่านี้ออกไปได้อย่างไร? พระคัมภีร์บอกว่า ก็โดยมอบชีวิตจิตใจให้อยู่ภายใต้การควบคุมของพระวิญญาณบริสุทธิ์  เพราะพระองค์ทรงทำให้เกิดความรัก ความดี ความซื่อสัตย์ ความถ่อมตนและรู้จักบังคับตน

รู้ไหม ความรักของพระเจ้าไม่เคยฆ่าใครเลย.                                                                                



[1] กท. ๕.๑๙-๒๑ ฉบับมาตรฐาน และฉบับประชานิยม

 

 

ที่มา : www.thaisermons.com

เว็บไซต์สำหรับผู้นำ

 

Last Updated on Friday, 25 December 2009 11:05
 

Add comment


Security code
Refresh

 

สถานีเพลงคริสเตียน

ความเห็นของผู้อ่าน บทความต่างๆ ที่เข้ามาล่าสุด