|
ปัจจุบันความเสื่อมทรามทางศีลธรรมเช่นเดียวกับเมืองโซดอม ได้เวียนกลับมาเกิดอีกครั้งหนึ่งและกำลังแพร่ระบาดไปทั่วโลก หลายประเทศที่มีความเจริญทางด้านวัตถุได้เปิดประตูต้อนรับ ความเสื่อมทรามทางศีลธรรมนี้ในรูปแบบต่างๆ โซดอม (Sodom) เป็นเมืองเก่าแก่ในอดีตประมาณสี่หรือห้าพันปีก่อน เมืองนี้ตั้งอยู่บนฝั่งตะวันตกของทะเลตาย (Dead Sea) ปัจจุบันมีน้อยคนนักที่รู้จักเมืองนี้และไม่มีใครได้เห็นมันอีกแล้ว ทั้งนี้เพราะโซดอมเคยเต็มไปด้วยความชั่วและบาปหนาจนเกินกว่าที่แผ่นดินจะ แบกรับได้ ดังนั้น พระผู้เป็นเจ้าจึงฝังเมืองนี้ไว้ใต้ธรณี
ตัวอย่างความชั่วช้าเลวทรามของผู้คนในเมืองโซดอมเป็นอย่างไรนั้น คัมภีร์ตัลมูดซึ่งเป็นคัมภีร์ที่พวกนักบวชชาวยิวเขียนขึ้นหลังสมัยโมเสสได้ บันทึกไว้ว่า
ครั้งหนึ่งมีชายแปลกหน้าเดินทางผ่านมายังเมืองนี้ในตอนค่ำและได้พักค้าง แรมอยู่นอกเมือง เมื่อตื่นขึ้นมาในตอนเช้า ชายแปลกหน้าผู้นั้นพบว่าลาของเขาและสิ่งของบางอย่างได้ถูกขโมยไป เขาจึงร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ ชาวเมืองจึงได้กรูกันเข้ามา แต่มิได้ช่วยเหลือเขา หากแต่เข้ามาฉกชิงทรัพย์สินที่เหลืออยู่ไปจนหมดเกลี้ยง พ่อค้าแทบทุกรายที่หลงผ่านมายังเมืองนี้จะถูกดักปล้นสินค้าโดยไม่มีชาวเมือง คนใดให้ความช่วยเหลือ ไม่เพียงเท่านั้น หลังจากถูกปล้นสินค้าหรือทรัพย์สินไปแล้ว พวกชาวเมืองยังจะช่วยกันลากพ่อค้าเคราะห์ร้ายเข้าไปทำปู้ยี่ปู้ยำในสวนของ พวกตนด้วย
คัมภีร์ตัลมูดยังได้บันทึกความใจดำอำมหิตของคนในเมืองโซดอมเอาไว้อีกว่า ครั้งหนึ่งเคยมีคนจนเดินผ่านมายังเมืองนี้และล้มลงเพราะความหิว เมื่อมีคนนำน้ำหรืออาหารมาให้ เขากลับถูกชาวเมืองด่าและข่มขู่ว่าจะไล่ออกจากเมืองหากยังไม่หยุดทำเช่นนั้น
รักร่วมเพศ ความเสื่อมของเมืองโซดอม
แต่ความเสื่อมทรามทางศีลธรรมที่ทำให้เมืองนี้ได้ถูกบันทึกไว้ในประวัติ ศาสตร์ก็คือความนิยมในเรื่องรักร่วมเพศในหมู่ผู้ชายด้วยกันจนชื่อของเมือง นี้ได้กลายเป็นที่มาของคำว่า “โซโดมี” (Sodomy) ซึ่งหมายถึงการรักร่วมเพศ
ความขึ้นชื่อลือชาในเรื่องความชั่วดังกล่าวข้างต้นนี้เองที่ทำให้อิบรอฮีม (อับราฮัม) ได้ส่ง “ลูฏ”(โลต) หลานชายของท่านไปยังเมืองโซดอมเพื่อตักเตือนชาวเมืองให้เห็นถึงผลร้ายของ ความชั่วดังกล่าวและละเว้นจากพฤติกรรมนี้เสีย ลูฏได้เตือนชาวเมืองว่าการรักร่วมเพศเป็นความชั่วที่ไม่เคยมีมนุษย์คนใดเคย ทำมาก่อนและแม้แต่สัตว์ก็ยังไม่เคยทำ แต่แทนที่จะเชื่อฟัง ชาวเมืองกลับขู่ที่จะขับไล่ลูฏออกจากเมืองหากไม่หยุดตักเตือนพวกเขา
แม้จะเสียใจต่อการกระทำของชาวเมืองและถูกข่มขู่อยู่หลายครั้ง แต่ลูฏก็ไม่เคยละทิ้งหน้าที่ในการตักเตือนผู้คนให้ทำความดีและละเว้นความชั่วในฐานะที่เป็นภารกิจหลักของนบี อย่างไรก็ตาม ความพยายามของลูฏก็ไม่ประสบผลสำเร็จแม้เวลาจะผ่านไปหลายปีและดูเหมือนว่า ยิ่งนานวัน ศีลธรรมของผู้คนในเมืองโซดอมจะยิ่งเสื่อมทรามลงทุกวัน เมื่อไม่มีอำนาจใดสามารถยับยั้งความชั่วได้ ลูฏจึงได้วิงวอนต่อพระเจ้าให้ลงโทษผู้คนในเมืองโซดอมเพื่อมิให้ความชั่วของ คนในเมืองนี้แพร่หลายออกไปยังดินแดนอื่น
สัญญาณของการลงโทษ
คำวิงวอนของลูฏได้รับการตอบสนองจากพระผู้เป็นเจ้าโดยการที่พระองค์ได้ส่ง เทวทูต (มลาอิก๊ะฮฺ) ในรูปของชายหนุ่มรูปงามสามคนมาหาลูฏที่เมืองโซดอม
บันทึกประวัติศาสตร์ศาสนาได้กล่าวไว้ว่าเมื่อชายหนุ่มรูปงามทั้งสามเข้าเขต เมือง ลูกสาวคนหนึ่งของลูฏซึ่งกำลังตักน้ำอยู่ข้างลำธารเห็นเข้าถึงกับตกตะลึง และเมื่อรู้ว่าชายหนุ่มทั้งสามต้องการจะหาที่พักค้างคืนในเมือง เธอก็พอจะคาดเดาเหตุการณ์ได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น
“รออยู่นี่ก่อนได้ไหมคะ ขออย่าเพิ่งเข้าเมืองจนกว่าดิฉันจะบอกให้พ่อได้รู้” เธอขอร้องแล้วก็รีบวิ่งกลับไปที่บ้านเพื่อบอกให้พ่อของเธอได้ทราบ
เมื่อลูฏทราบเรื่องจากลูกสาว เขาจึงรีบออกจากบ้านไปหาชายหนุ่มทั้งสามด้วยความวิตกและได้สอบถามถึงที่มา ที่ไปของชายหนุ่มทั้งสาม
ชายหนุ่มทั้งสามไม่ตอบคำถามของลูฏ แต่ได้ถามเขากลับไปว่าจะต้อนรับพวกเขาได้ไหม ลูฏรู้สึกอึดอัดใจเป็นอย่างมากเพราะการต้อนรับแขกที่มาเยือนถือเป็นเกียรติ ของบ้านและเป็นส่วนหนึ่งของความศรัทธาในพระจ้า เขาพยายามที่จะอธิบายให้ชายหนุ่มทั้งสามได้รู้ถึงสถานการณ์ความเลวทรามของ ผู้คนและความน่ากลัวของเมืองโซดอม แต่ชายหนุ่มรูปงามทั้งสามไม่ได้แสดงท่าทีหวาดกลัวหรือตื่นตระหนก ในที่สุดลูฏก็ได้ขอร้องชายหนุ่มทั้งสามว่าหากจะพักในเมืองนี้ก็ขอให้เข้า เมืองในตอนกลางคืนเพื่อที่ผู้คนจะได้ไม่เห็นพวกเขา
ตกกลางคืน ลูฏก็นำแขกทั้งสามไปยังบ้านของเขาโดยที่ไม่มีใครเห็น แต่ภรรยาของลูฏกลับทำในสิ่งที่ตรงข้ามกับเจตนารมณ์ของสามี นางแอบออกจากบ้านไปส่งข่าวให้แก่เพื่อนบ้าน ไม่นานนักข่าวชายหนุ่มมาค้างแรมที่บ้านของนางก็แพร่ออกไปเหมือนไฟลามทุ่ง ผู้คนในเมืองได้กรูกันมายังบ้านของลูฏในคืนนั้นและขอให้เขาส่งตัวหนุ่มทั้ง สามไปให้พวกเขาเสพสุข ลูฏรู้สึกเสียใจต่อการกระทำของภรรยาของเขาเป็นอย่างมาก เขาตะโกนบอกผู้คนที่กำลังหื่นกระหายในอารมณ์ใคร่ว่า “คนเหล่านี้คือแขกของฉัน อย่าทำให้ฉันต้องเสียเกียรติและอับอายขายหน้าเลย” แต่ผู้คนได้ตะโกนสวนกลับมาว่า “เราบอกท่านแล้วมิใช่หรือว่าอย่าต้อนรับคนแปลกหน้าจากเรา” แม้ลูฏจะขอร้องให้พวกเขากลับไปหาความสุขทางเพศกับหญิงที่เป็นภรรยาหรือหญิง อื่นๆซึ่งเป็นวิถีธรรมชาติ แต่ยิ่งห้ามก็ดูเหมือนว่ายิ่งกระตุ้นให้ผู้คนเกิดความหื่นรุนแรงยิ่งขึ้น ขณะที่สถานการณ์ตึงเครียดจนดูว่าไม่อาจจะหยุดยั้งได้แล้ว ชายหนุ่มทั้งสามก็เริ่มแสดงตัวให้ลูฏได้รู้ทันทีว่าพวกเขาคือเทวทูต(มลาอิ ก๊ะฮฺ) ที่พระเจ้าส่งมาเพื่อทำลายเมืองโซดอมเพราะผู้คนในเมืองนี้ประพฤติตัวชั่วช้า เลวทรามจนไม่อาจแก้ไขได้แล้ว ชายหนุ่มทั้งสามบอกลูฏว่าไม่ต้องตกใจเพราะคนเหล่านั้นไม่อาจจะทำอันตรายเขา ได้ หลังจากนั้นลูฏก็ถูกสั่งให้พาครอบครัวของเขาออกจากเมืองไปก่อนรุ่งสางและเขา จะต้องเดินอยู่ข้างหลังเพื่อคอยกำชับทุกคนว่าหากได้ยินเสียงอะไรเกิดขึ้นก็ จงอย่าหันกลับไปมอง ดังนั้น ลูฏจึงพาครอบครัวของเขาออกจากเมือง เว้นแต่ภรรยาของเขาเท่านั้นที่ไม่ยอมเชื่อฟังเขา การลงทัณฑ์ด้วยการพลิกธรณี หลังจากที่ลูฏพาครอบครัวออกไปจนพ้นเขตเมืองแล้ว เสียงกึกก้องกัมปนาทอันน่าสะพรึงกลัวก็ดังตามหลังมาจนทุกคนต้องหยุดด้วยความ ตกใจและคิดจะหันกลับไปดู แต่ลูฏได้ห้ามคนในครอบครัวของเขามิให้หันกลับไปดู คัมภีร์กุรอานได้กล่าวถึงเหตุการณ์ในตอนนั้นไว้ว่า “ในที่สุด การระเบิดอย่างรุนแรงก็เกิดขึ้นแก่พวกเขาในยามเช้า เราได้พลิกเมืองนั้นคว่ำลงและเราได้กระหน่ำพวกเขาด้วยหินเผาที่ตกมาดุจห่า ฝน”
จากคำบอกเล่าในคัมภีร์ไบเบิลประกอบกับการวิจัยทางธรณีวิทยาและโบราณคดี เมืองโซดอมตั้งอยู่ในหุบเขาที่เรียกว่า “ซิดดิม” ซึ่งเป็นบริเวณที่อุดมสมบูรณ์ นักวิชาการปัจจุบันมีความเห็นว่าหุบเขาดังกล่าวนี้ปัจจุบันจมอยู่ใต้ทะเลตาย ซึ่งก็ได้รับการสนับสนุนจากทางด้านโบราณคดี กล่าวคือ ในสมัยโบราณ ทะเลตายไม่ได้มีเนื้อที่กว้างลงมาทางใต้เหมือนปัจจุบัน แต่เพราะบริเวณที่ตั้งเมืองโซดอมได้จมธรณีไป ทำให้พื้นที่น้ำในทะเลตายขยายลงมาครอบคลุมบริเวณนี้ไว้เมื่อสองพันกว่าปี ก่อนคริสตกาลและทะเลบริเวณนี้ก็เป็นส่วนที่ตื้นที่สุดของทะเลตาย ตามบันทึกโบราณ บริเวณนี้อุดมไปด้วยน้ำมัน แอสฟัลต์และก๊าส นักสำรวจทางธรณีวิทยากล่าวว่า ด้วยสาเหตุแห่งการสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงทำให้แร่ปิโตรเลียม และก๊าซพุ่งทะลักออกมาและลุกเป็นไฟส่งผลให้พื้นที่ทั้งหมดระเบิดได้เหมือน กับลูกระเบิด คัมภีร์ไบเบิลเองก็กล่าวว่าเมื่ออับราฮัมได้ทราบข่าวและออกจากเมืองเฮบโรนไป ดูบริเวณดังกล่าว ท่านก็ได้กล่าวว่า “แผ่นดินลุกเป็นควันพุ่งเหมือนควันเตาไฟใหญ่” ประวัติศาสตร์ของเมืองโซดอมที่ถูกพลิกฝังจมอยู่ใต้ธรณีเป็นหลักฐานยืนยันว่า เมืองใดก็ตามที่ศีลธรรมของคนในเมืองเสื่อมทราม เมืองนั้นไม่เคยรอดพ้นจากการถูกลงโทษ ปัจจุบัน ความเสื่อมทรามทางศีลธรรมเช่นเดียวกับเมืองโซดอมได้เวียนกลับมาเกิดอีกครั้ง หนึ่งและกำลังแพร่ระบาดไปทั่วโลก หลายประเทศที่มีความเจริญทางด้านวัตถุได้เปิดประตูต้อนรับความเสื่อมทรามทาง ศีลธรรมนี้ในรูปแบบต่างๆ เช่น การเดินขบวนพาเหรดของคนที่นิยมในเรื่องรักร่วมเพศ และบางประเทศถือว่าการแต่งงานระหว่างผู้ชายด้วยกันเป็นสิ่งถูกต้องตามกฎหมาย เป็นต้น แม้เราอาจจะไม่ได้เห็นเหตุการณ์ธรณีพิโรธเป็นการลงโทษความชั่วช้าและบาปหนา ของชาวเมืองโซดอมอย่างในอดีต แต่ในปัจจุบัน บางทีโรคเอดส์อาจเป็นความกริ้วของพระผู้เป็นเจ้าต่อมนุษย์ผู้ฝ่าฝืนคำเตือน ของพระองค์ในเรื่องนี้ก็ได้
credit : ข่าวคริสตชน www.KaoChristian.com โสโดม สุสานแห่งความชั่ว โดย บรรจง บินกาซัน คอลัมน์สันติธรรม จากหนังสือพิมพ์ โลกวันนี้ ปีที่ 9 ฉบับที่ 2176 ประจำวัน พฤหัสบดี ที่ 6 ธันวาคม 2007
|