|
ความประทับใจ จากคืนอัศจรรย์ ที่บุรีรัมย์ |
|
|
|
|
Saturday, 21 February 2009 16:39 |
|

บ่ายวันศุกร์ที่ 21 มีนาคม อากาศช่างร้อนอบอ้าวนัก จากมุมสูงบนฟ้าฉันมองเห็น ทุ่งนาและต้นไม้ที่แห้งกรอบ ฉันรู้ถึงความอ้างว้างบนแผ่นดินนี้... บุรีรัมย์ บ้านเกิดอันเป็นที่รักใครจะนำความชุ่มชื้นและความหวังมาให้เจ้า.... ...แผ่นดินแห้งแล้ง ที่ต้องการความรัก เข้ามา รักษาให้กลับมีชีวิต ..ขอทรงสถิตอยู่เหนือเสียงอ้อนวอน.....
เวลาบ่ายโมงยี่สิบนาที เครื่องบิน Bazilian Jet- Embraer 145 ลงจอดที่สนามบินบุรีรัมย์ ฉันสูดอากาศบ้านนาให้หายคิดถึง คุณพ่อกะหลานๆ มารอรับที่หน้าสนามบิน ทุกคนตื่นเต้นที่จะเล่าเรื่องคืนอัศจจรย์ที่จะเกิดขึ้นให้ฉันฟัง
พ่อบอกว่าเราต้องอธิษฐานไม่ให้ฝนตกลงมา เพราะชาวบ้านจะเดินทางลำบาก พี่น้องหลายคนอธิษฐานให้พระเจ้าหยุดฝนเสีย พี่สาวฉันแย้งว่าควรจะอธิษฐานให้อากาศดี ไม่ใช่ห้ามไม่ให้ฝนตก ฉันหัวเราะและพูดว่า ทำไมทุกคนบังคับพระเจ้าจังเลยนะ ฉันว่าวันนี้ฝนจะตกก่อนที่งานจะเริ่มและหลังจากนั้น อากาศก็จะดีขึ้น ไม่ต้องห่วงหรอกเพราะพระเจ้าของเราน่ารักและแสนดี
เราทานข้าวและเตรียมตัวไปที่สนามกีฬา แม่หยิบเสื้อสีเขียวให้ฉันและบอกว่า ไปร่วมรับใช้พระเจ้านะลูก ฉันมองดูเสื้อยืดสีเขียวอ่อนและหัวเราะ ถามแม่ว่าจะให้ฉันไปขายของที่บิ๊กซี หรือจะให้ไปร่วมงานคืนนี้ กันแน่ ฉันไม่ยอมใส่เสื้อสีเขียวน่าเกลียดนี้หรอก ฉันยืนยันสวมเสื้อสีดำตัวเก่งไปร่วมงาน
เวลาสี่โมงเย็นท้องฟ้ามืดครึ้ม ฟ้าแลบแปลบปลาบ ลมกรรโชกแรง ฉันไปถึงสนามกีฬาและเห็นพี่น้องกลุ่มหนึ่งกำลังอธิษฐาน โอพระเจ้า ขออย่าให้ฝนตกลงมาเลย เสียงร้องวิงวอนของพี่น้องดังกระอึ่มกึกก้อง ทันใดนั้นฝนก็โปรยปรายลงมา!! พระเจ้าได้ยินเสียงร้องของคนเหล่านี้ไหมหนอ ฉันหลบอยู่บนอัฒจันทร์ เวลาผ่านไปไม่นานฉันได้ยินเสียงดังมาจากบางคนว่า ดูนั่นซิรุ้งกินน้ำ!! พระเจ้าส่งสัญญาณมาแล้ว ฝนจะไม่ตกอีก ฉันหันไปตามมือของคนเหล่านั้น ฉันขอบคุณพระเจ้าด้วยน้ำตาคลอเบ้าเมื่อเห็นรุ้งกินนำเล็กๆ บนท้องฟ้า เวลาห้าโมงเย็นเป็นช่วงที่มีโอกาสเกิดรุ้งกินน้ำได้น้อยมาก แต่หากเป็นพระประสงค์ของพระองค์แล้ว ไม่ว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้
ฉันคว้ากล้องถ่ายรูปจากกระเป๋าและถ่ายรูปรุ้งกินน้ำไว้เป็น เครื่องเตือนใจตัวเองว่า พระเจ้ารักลูกของพระองค์มากมายเพียงใด พระองค์ได้ยินเสียงร้องวิงวอนของเราและรักษาคำสัญญาของพระองค์เสมอ....
ฉันวิ่งไปที่รถและคว้าเสื้อสีเขียวมาสวม รู้สึกราวกับว่าเสื้อนี้ช่างสวยและงดงามจริงๆ ฉันกระโดดหยองแหยงไปมา ราวกับเด็กเล็กๆ ในใจรู้สึกได้รับเกียรติยิ่งใหญ่ที่จะรับใช้พระเจ้าองค์นี้ ผู้มีอำนาจเปลี่ยนแปลงฟ้าอากาศ และยิ่งกว่านั้นพระองค์เป็นพระเจ้าผู้เปลี่ยนแปลงชีวิตของผู้คน พระองค์ผู้เปลี่ยนวัยเด็กอันแสนเศร้าของฉันมาเป็นคนที่มองเห็นสิ่งดีๆในชีวิตเสมอ
ฉันตระหนักว่า การอัศจรรย์ยิ่งใหญ่ อาจไม่ใช่แค่การฟื้นจากความตาย หรือหายโรคเท่านั้น แต่คือการที่ชีวิตของคนคนหนึ่งได้เปลี่ยนไปเมื่อเขาได้รู้จักกับพระองค์ต่างหาก
นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของคืนอัศจรรย์ในเย็นวันหนึ่ง ณ จังหวัดเล็กๆของประเทศไทย
ปล. เรา post รูปรุ้งกินน้ำไม่เป็น ใครอยากเห็นก็ให้อีเมลล์ไว้นะคะจะส่งรูปไปให้
บทความนี้ค้ดลอกจาก เว็บบอร์ด คจ.ใจสมาน เป็นคำพยายจากผู้ไปร่วมงานคืนอัศจรรย์ที่บุรีรัมย์ 21-23 มีนาคม 2008 (เราอยากเห็นความประทับใจแบบนี้อีกที่สุรินทร์)
|
|
Last Updated on Saturday, 04 April 2009 22:08 |