|
ขอขอบคุณบทความหนุนใจจาก คริสตจักพระคุณเต็มล้น
เพื่อนครับ, ทุกวันนี้เราได้อาศัยอยู่ในโลกที่ออกห่างไกลจากความจริงไปอย่างมากมาย และเฉพาะพลังของพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่เท่านั้นที่จะสามารถทำลายพลังของคำหลอกลวงที่ทำให้ผู้คนมากมายตกไปเป็นเชลยได้ ดังนั้นผู้คนพยายามกำหนดว่าอะไรคือความจริงจากพื้นฐานของความรู้สึกที่ถูกต้อง, สิ่งที่สื่อโฆษณาชวนเชื่อต่างๆ บอกว่าถูกต้อง, สิ่งที่การเมืองบอกว่าถูกต้อง, สิ่งที่วิทยาศาสตร์บอกว่าถูกต้อง, สิ่งที่วัฒนธรรมบอกว่าถูกต้อง, และอื่นๆ อีกมากมาย และเป็นเพราะพื้นฐานที่ผิดเหล่านั้นพยายามกำหนดว่าอะไรคือความจริง จึงทำให้ผู้คนยิ่งตกเข้าไปอยู่ในพันธนาการและการถูกทำลายมากยิ่งขึ้น เพื่อนครับคุณไม่สามารถวิ่งหนีข้อเท็จจริงนี้ไปได้คือ ไม่ว่าอะไรก็ตามที่คุณยอมรับว่าเป็นความจริงในชีวิต สิ่งนั้นจะมีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของคุณด้วย ซาตานมันได้ใช้พลังแห่งคำหลอกลวงของมันในการควบคุมผู้คนไว้ในมือของมัน
ยอห์น 8:44 ท่านทั้งหลายมาจากพ่อของท่านคือมาร (พระเยซูกำลังพูดกับพวกหน้าซื่อใจคดและผู้นำทางศาสนาในสมัยของพระองค์) และท่านใคร่จะทำตามความปรารถนาของพ่อท่าน มันเป็นผู้ฆ่าคนตั้งแต่ปฐมกาลและมิได้ตั้งอยู่ในสัจจะ เพราะมันไม่มีสัจจะเมื่อมันพูดเท็จมันก็พูดตามสันดานของมันเอง เพราะมันเป็นผู้มุสาและเป็นพ่อของการมุสา บัดนี้ เราซึ่งเป็นผู้เชื่อต้องตระหนักว่า เฉพาะพระเจ้าเท่านั้นที่จะสามารถเป็นผู้กำหนดได้ว่าอะไรคือความจริง ในยอห์น 17:17 พระเยซูได้กล่าวว่า “ขอทรงโปรดชำระเขาให้บริสุทธิ์ด้วยความจริง พระวจนะของพระองค์เป็นความจริง” เพื่อนครับ ถ้อยคำพระเจ้าได้เปิดเผยว่าอะไรคือความจริงซึ่งเป็นไปตามที่พระเจ้าได้กล่าวไว้ มีหลายสิ่งหลายอย่างที่คริสเตียนได้ยอมรับว่าเป็นเรื่องปกติซึ่งแท้จริงแล้วเรื่องนั้นไม่ปกติเลยตามการตัดสินของพระเจ้าในถ้อยคำของพระองค์ ดังนั้นผมขอท้าทายคุณให้ถามคำถามนี้กับตัวเองว่า สิ่งที่คุณยอมรับว่าเป็นเรื่องปกติของชีวิตนั้นตรงกับพระคัมภีร์ไหม? คุณได้ยอมรับเรื่องอะไรบ้างไหมว่าเป็นเรื่องปกติกเพราะโลกที่เราอาศัยอยู่ในทุกวันนี้บอกว่าเป็นเรื่องปกติ ตัวอย่างเช่น ผมได้พบกับผู้เชื่อหลายคนที่คิดว่า ความกังวลและความหดหู่เป็นเรื่องปกติของชีวิต ผู้เชื่อบางคนเชื่อว่า เรื่องของความกลัว, ความพ่ายแพ้, ความเจ็บป่วย, ความยากจน, และความสับสนเป็นเรื่องปกติของชีวิต และผมยังได้พบกับผู้เชื่อบางคนที่เชื่อว่าการใช้ชีวิตคู่แบบไม่มีความสุขเป็นเรื่องปกติ ในเวลานี้ถ้าเรามองชีวิตผ่านทางถ้อยคำของพระเจ้า อีกในไม่ช้านี้เราก็จะพบว่าสิ่งต่างๆ เหล่านั้นขัดแย้งกับการเปิดเผยความจริงจากถ้อยคำของพระเจ้า! ถ้อยคำพระเจ้าได้บอกไว้ว่า พระเยซูได้ปราบความบาป, ความเจ็บป่วย, ความกลัว, ซาตาน และความยากจนให้พ่ายแพ้อย่างสิ้นเชิงแล้วที่กางเขนนั้นเพื่อเราทั้งหลาย! ใน 1 ยอห์น 5:4 พระคัมภีร์ได้สอนเราว่า ทุกคนที่บังเกิดใหม่ก็มีความสามารถที่จะชนะโลกนี้ได้ ตามถ้อยคำของพระเจ้านั้น ชัยชนะที่เกิดขึ้นในทุกด้านของชีวิตเราควรจะเป็นเรื่องปกติสำหรับผู้เชื่อทุกคน ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นเพราะว่าพระเจ้าหวงชัยชนะเอาไว้จากเรา แต่เราไม่ได้เชื่อในการงานที่สำเร็จแล้วของพระเยซูคริสต์ที่ได้ทรงกระทำให้กับเราบนกางเขน พระเยซูได้บอกไว้ใน ยอห์น 10:10 ว่า พระองค์มาเพื่อให้เราได้มีชีวิตที่ครบบริบูรณ์ หยุดที่จะยอมรับความพ่ายแพ้ว่าเป็นเรื่องปกติได้แล้ว ลุกขึ้นมาด้วยความเชื่อและบอกว่า ฉันจะไม่ยอมรับสิ่งที่มารมันพยายามโยนเข้ามาในชีวิตของฉันอีกต่อไป ให้พูดด้วยความเชื่อว่า “พระเจ้าบอกว่า ฉันหายแล้ว ฉันยอมรับว่านี่คือความจริง พระเจ้าบอกว่า ฉันเป็นยิ่งกว่าผู้พิชิต ฉันยอมรับว่านี่เป็นความจริง พระเจ้าบอกว่า พระองค์มีแผนการที่ดีให้กับฉัน ฉันยอมรับนี่เป็นความจริง พระเจ้าบอกว่า ได้อวยพรฉันแล้ว ฉันยอมรับว่า นี่เป็นความจริง !” เมื่อคุณเชื่อในถ้อยคำของพระเจ้าอย่างจริงจัง โลกนี้อาจจะบอกว่า คุณไม่ปกติ แต่จะสนใจไปทำไม! เพราะในสายตาของพระเจ้าคุณปกติดีอย่างแน่นอน! ฮาเลลูยา!
link : http://www.agcasia.org/index.php/th/resources/article/145-is-your-normal-biblical
|