Home มานาชีวิต การรอคอย

Visitors Counter

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday557
mod_vvisit_counterYesterday3971
mod_vvisit_counterThis week11433
mod_vvisit_counterThis month31559
mod_vvisit_counterAll (since 19Jan2009)2121212

Who's Online

We have 59 guests online

Alexa

การรอคอย PDF Print E-mail
Thursday, 29 April 2010 12:00

บทความของ อ.สิธยา คูหาเสน่ห์ 


การรอคอย … ฟังดูช่างเลื่อนลอยเสียนี่กระไร แต่ถ้าพิจารณาให้ลึกลงไปอีกนิดจะเห็นว่าไม่ใช่จะเป็นในแง่ลบเพียงอย่างเดียว เพราะถ้าเรารอคอยอะไรสักอย่าง แน่นอนที่สุดเราต้องมีความหวังว่าสิ่งที่รอคอยอยู่จะเกิดขึ้นในอนาคต อย่างน้อยที่สุดก็มี ความหวัง แต่ความอดทนเป็นสิ่งที่จะขาดเสียมิได้ เพราะไม่รู้ว่าสิ่งนั้นที่รอคอยอยู่จะมาถึงเมื่อไร ช่วงขณะนั้นคงจะมีแต่ความเครียด ความกระวนกระวายใจ ความไม่แน่ใจ ความหวาดกลัว และความท้อใจ แต่ความรู้สึกต่างๆ เหล่านี้จะหมดไปเมื่อเราคุกเข่าลงอธิษฐานต่อองค์พระผู้เป็นเจ้า ทูลเรื่องราวต่างๆ ในใจของเราต่อพระองค์ (สดด. 62:6) รอคอยน้ำพระทัยของพระเจ้าด้วยความเชื่อ

พระเจ้ามิได้ทรงสัญญาว่า เราจะไม่ต้องแบกภาระหนักหรือชีวิตของเราจะไม่พบกับความขมขื่นเลย แต่ถ้าดราเชื่อฟังพระเจ้า ก็จะสามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้ด้วยความมั่นคง

ต้องขออนุญาตยืมคำพูดของคุณสายใจ ไชยเศรษฐ จากเรื่อง “เล่าให้แม่ฟัง” ในข่าวคริสตจักรฉบับเดือนกรกฎาคม 1998 ซึ่งข้าพเจ้าประทับใจมากที่กล่าวว่า เราไม่ใช่คนความจำเสื่อมนี่ลูก ขอบคุณพระเจ้าแล้วเผชิญหน้ากับความขมขื่นใจนั้น ที่เหลือเป็นงานส่วนของพระเจ้า แล้วลูกก็จะยิ้มได้อย่างเต็มที่อีกครั้ง (ขอบพระคุณพระเจ้าสำหรับคำพูดที่หนุนใจมากเช่นนี้)

เพราะพระองค์ตรัสว่า “บรรดาผู้ทำงานเหน็ดเหนื่อยและแบกภาระหนัก จงมาหาเราและเราจะให้ท่านทั้งหลายหายเหนื่อยเป็นสุข” (มธ. 11:28) เราต้องเรียนรู้ที่จะวางใจในพระเจ้า และวางภาระทั้งหมดของเราไว้ที่กางเขน และต้องมีความกล้าพอที่จะไม่ยื้อเอากลับมาอีก

ข้าพเจ้าใคร่ขอยกตัวอย่างในเรื่องนี้เพื่อให้เห็นภาพเปรียบเทียบชัดเจน ครั้งหนึ่งเมื่อข้าพเจ้าไปเที่ยวต่างจังหวัดกับเพื่อนกลุ่มหนึ่ง ถึงแม้ว่าพวกเขายังไม่รู้จักพระเจ้า แต่ก็เข้าใจเปรียบเทียบการวางความหนักใจลงอย่างสิ้นเชิงว่าเป็นอย่างไร ในระหว่างที่คุยกันถึงปัญหาหนักอกต่างๆ ก็มีเพื่อนคนหนึ่งเอาขวดน้ำขนาด 1 ลิตรให้ข้าพเจ้าถือไว้แล้วก็คุยต่อ สักครู่ก็หันมาถามข้าพเจ้าว่าหนักหรือไม่ เมื่อบอกว่าหนักมาก เขาก็บอกว่าจะถือเอาไวทำไมล่ะ วางลงสิ! แล้วถามว่าสบายไหม เมื่อหนักก็วางลงเสีย

เช่นกันถ้าคิดว่าภาระของเราหนักมากจนแทบแบกไม่ไหว จงเข้าเฝ้าพระเจ้า ขอความช่วยเหลือจากพระองค์ อย่าคิดว่าเราเก่งสามารถแก้ปัญหาต่างๆ ได้ด้วยตนเอง เมื่อทูลพระเจ้าถึงปัญหาต่างๆ แล้วก็ไม่จำเป็นต้องกังวลอีก เพราะพระเจ้าจะทรงประทานทางออกให้ เมื่อทางหนึ่งตัน พระองค์จะประทานทางออกอีกทางหนึ่งให้เสมอ ขอเพียงรอคอยอย่าได้ท้อถอยเท่านั้น (ดู สดด. 130:5)

เหตุฉะนั้น อย่ากระวนกระวายถึงพรุ่งนี้ เพราะว่าพรุ่งนี้คงมีการกระวนกระวายสำหรับพรุ่งนี้เอง แต่ละวันก็มีทุกข์พออยู่แล้ว (มธ. 6:34) คริสเตียนไม่ควรจะต้องกระวนกระวายใจถึงวันพรุ่งนี้ เพราะเราต้องเชื่อในการทรงจัดเตรียมที่สมบูรณ์ของพระเจ้า ไม่ต้องกังวลถึงสิ่งใดๆ ที่ยังมาไม่ถึง เพราะทุกสิ่งอยู่ในน้ำพระทัยของพระเจ้า ให้เรามีชีวิตอยู่สำหรับวันนี้ ทำให้วันนี้ของเราเป็นเวลาแห่งพระพร เป็นเวลาแห่งการสรรเสริญพระเจ้า เชื่อว่าพระเจ้าทรงสถิตอยู่ด้วยตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นวันนี้หรือวันพรุ่งนี้ก็ไม่ต้องหวาดกลัว วันนี้คือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น แต่พรุ่งนี้ยังมาไม่ถึง ขอให้เราเพียรรอคอยพระสัญญาของพระเจ้า และเชื่อว่าสิ่งที่พระองค์ทรงอนุญาตให้เกิดขึ้นกับเราเป็นพระพร เป็นน้ำพระทัยของพระองค์ มิใช่เป็นตามใจปรารถนาของเรา แม้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจะเป็นสิ่งไม่ดี แต่ก็มีพระพรซ่อนอยู่ และถ้าเราค้นหาจะพบว่าเป็นพระพรที่ยิ่งใหญ่เสมอ

จงรอคอยพระเจ้าเถิด คริสเตียนทั้งหลาย มีชีวิตที่ตั้งอยู่ในความเชื่อ ความหวัง และความรัก

จงรอคอยพระเจ้า ด้วยความกล้าหาญและอดทน
จงรอคอยพระเจ้า ด้วยการสรรเสริญและการสดุดี
จงรอคอยพระเจ้า ด้วยความชื่นชมยินดี
จงรอคอยพระเจ้า ด้วยการเฝ้าอธิษฐาน
จงรอคอยพระเจ้าเถิด เอเมน

สิธยา คูหาเสน่ห์
Last Updated on Thursday, 29 April 2010 12:51
 

Add comment


Security code
Refresh

 

สถานีเพลงคริสเตียน

ความเห็นของผู้อ่าน บทความต่างๆ ที่เข้ามาล่าสุด