Home มานาชีวิต ศักดิ์ศรีกับเกียรติ - คำเทศนาคริสตจักรอบันดันท์ไลฟ์

Visitors Counter

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter

Who's Online

We have 38 guests online

Alexa

ศักดิ์ศรีกับเกียรติ - คำเทศนาคริสตจักรอบันดันท์ไลฟ์ PDF Print E-mail
Tuesday, 22 December 2009 09:19

ศักดิ์ศรีกับเกียรติ

เพราะพระองค์ทรงสร้างเขาให้ต่ำกว่าพระเจ้าแต่หน่อยเดียว  และสวมศักดิ์ศรีกับเกียรติให้แก่เขาสดุดี ๘:

คุณเคยสงสัยหรือไม่ว่าคุณเป็นใคร  เกิดมาทำไม  และมีค่ามากน้อยเพียงใด 

ผู้เขียนสดุดีเอง  หลังจากมองดวงจันทร์และดวงดาวอันยิ่งใหญ่ไพศาลในท้องฟ้า  เมื่อเทียบกับมนุษย์ตัวเล็กๆ  ท่านเกิดคำถามว่า  มนุษย์เป็นผู้ใด (ข้อ ๓-๔) 

บิลดัดเพื่อนของโยบได้เทียบคุณค่ามนุษย์กับดวงจันทร์และดวงดาวเอาไว้เช่นกัน  และลงเอยสรุปว่า  มนุษย์ด้อยกว่าดวงจันทร์และดวงดาว  มนุษย์เป็นเพียง ดักแด้และหนอน (โยบ ๒๕:๕-๖)

แม้พระคัมภีร์จะเป็นพระวจนะของพระเจ้า  แต่พระคัมภีร์ได้บันทึกคำพูดของคนมากมายที่พระเจ้าไม่ทรงดลใจให้พูด  อย่างเช่น  คำพูดของฟาริสี  คนมากมายที่เยาะเย้ยพระนามของพระเจ้า  แม้กระทั่งซาตานและวิญญาณชั่ว  แม้คำพูดของบุคคลเหล่านี้จะถูกบันทึกอยู่ในพระคัมภีร์  เราไม่ยกคำพูดของพวกเขามาเป็นหลักข้อเชื่อ  แต่น่าเสียดายที่เรากลับยกคำพูดของบิลดัดมาเป็นหลักข้อเชื่อ  ทั้งๆ ที่พระเจ้าตรัสเกี่ยวกับคำพูดของบิลดัดว่า ความพิโรธของเราพลุ่งขึ้นต่อเจ้า  และต่อสหายทั้งสองของเจ้า  เพราะเจ้ามิได้พูดถึงเราอย่างที่ถูก (โยบ ๔๒:๗)  น่าเสียดายที่คนมากมายรับเอาคุณค่าของตนเองจากคำพูดของบิลดัด  คงไม่แปลกที่คุณจะเคยได้ยินใครสักคนอธิษฐานว่า  ข้าพระองค์เป็นเพียงดักแด้  ข้าพระองค์เป็นเพียงหนอน  สาธุการแด่พระนามของพระเจ้า ฝ่ายธรรมชาติ  ดักแด้และหนอนไม่สามารถสามัคคีธรรมใกล้ชิดกับคุณได้ฉันใด  ฝ่ายวิญญาณ  การเข้าใจว่าตนไร้ค่าดังดักแด้และหนอนก็เป็นอุปสรรคต่อความใกล้ชิดกับพระเจ้าฉันนั้น   

กลับกัน  ผู้เขียนสดุดีกล่าวถึงสาเหตุที่พระเจ้าทรงระลึกถึงมนุษย์  และทรงเยี่ยมมนุษย์  เอาไว้ว่า  เพราะพระองค์ทรงสร้างเขาให้ต่ำกว่าพระเจ้าแต่หน่อยเดียว  และสวมศักดิ์ศรีกับเกียรติให้แก่เขา  (สดุดี ๘:๕)

มนุษย์อยู่ในสถานะสูงสุดท่ามกลางสรรพสิ่งที่ทรงสร้างขึ้น  และ ต่ำกว่าพระเจ้าแต่หน่อยเดียว

แน่นอนว่าเราไม่ต่ำกว่าพระเจ้าแต่หน่อยเดียวในด้าน ความสามารถ  แต่เราต่ำกว่าพระองค์แต่หน่อยเดียวในด้านตำแหน่งในครอบครัว 

โดยการสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนและเป็นขึ้นจากความตายของพระคริสต์  สำหรับทุกคนที่ต้อนรับพระองค์และเชื่อในพระนามของพระองค์  พระองค์ได้ ประทานสิทธิให้เป็นบุตรของพระเจ้า(ยน. ๑:๑๒)  คุณคือบุตรของพระเจ้า  และพระเจ้าทรงเป็นพระบิดาของคุณ  คุณอยู่ในครอบครัวของพระองค์

เมื่อคุณบังเกิดใหม่  พระเจ้าทรงสร้างคุณขึ้นใหม่ ตามแบบอย่างของพระเจ้า  ในความชอบธรรมและความบริสุทธิ์ที่แท้จริง (อฟ. ๔:๒๔)  ท่ามกลางสรรพสิ่งทั้งปวงที่ทรงสร้างขึ้นมา  ไม่มีสิ่งใดที่ถูกสร้างตามแบบอย่างของพระเจ้า  ยกเว้นคุณ 

ส่วนสรรพสิ่งทั้งปวงที่ทรงสร้างขึ้นนั้น  ผู้เขียนสดุดีกล่าวต่อไปว่า พระองค์ทรงมอบอำนาจให้ครอบครองบรรดาพระหัตถกิจของพระองค์  พระองค์ทรงให้สิ่งทั้งปวงอยู่ใต้ฝ่าเท้าของเขา (สดุดี ๘:๖) 

บุคคลที่บังเกิดใหม่  ได้รับการยกขึ้นอยู่เบื้องขวาพระหัตถ์ของพระบิดาเจ้าในสวรรคสถาน  อยู่ในสถานะที่สูงยิ่งเหนือเทพทั้งปวง  (อฟ. ๑:๑-๒๐-๒๑, ๒:๖)  และเพราะสิ่งสารพัดอยู่ใต้พระบาทของพระคริสต์  จึงอยู่ใต้เท้าของคุณ  เพราะคุณเป็นอวัยวะในพระกายของพระคริสต์ (อฟ. ๑:๒๒-๒๓)

จากพระธรรมข้อหลัก  พระเจ้าทรง สวมศักดิ์ศรีกับเกียรติ ให้แก่คุณ 

คำว่า สวม ยังหมายถึง สวมมงกุฎ, ล้อมรอบ 

พระเยซูตรัสเรื่องเกียรติไว้ว่า ถ้าเราให้เกียรติแก่ตัวเราเอง  เกียรติของเราก็ไม่มีความหมาย  พระองค์ผู้ทรงให้เกียรติแก่เรานั้นคือ  พระบิดาของเรา  ผู้ซึ่งพวกท่านกล่าวว่าเป็นพระเจ้าของพวกท่าน (ยน. ๘:๕๔) สำหรับพระองค์แล้ว  เกียรติที่ไม่ได้มาจากพระบิดา  ไม่มีความหมายใดใดทั้งสิ้น 

พระคัมภีร์บันทึกเรื่องการที่พระเยซูได้รับพระเกียรติจากพระบิดาไว้ว่า เพราะว่าคราวเมื่อพระองค์ได้ทรงรับเกียรติและสง่าราศีจากพระบิดา  และพระสุรเสียงจากพระสิริอันยิ่งใหญ่ได้มาถึงพระองค์  ตรัสแก่พระองค์ว่า ท่านผู้นี้เป็นบุตรที่รักของเรา  เราชอบใจท่านผู้นี้มาก(๒ ปต. ๑:๑๗)

การได้รับเกียรติสูงสุดจากพระบิดา  ไม่ใช่การได้รับการแต่งตั้งให้มีตำแหน่งในงานรับใช้  แต่เป็นการได้รับสิทธิให้เป็นบุตรของพระบิดา  น่าเสียดาย  แทนที่คนมากมายจะรู้สึกขอบคุณพระเจ้าสำหรับเกียรติสูงสุดที่ตนได้รับไว้แล้ว  กลับยังคงมองตนเองต่ำต้อย  ด้อยค่า  เป็นเพียงหนอนและดักแด้  กระเสือกกระสนแสวงหาเกียรติจากมนุษย์ผ่านตำแหน่งต่างๆ ในคริสตจักร  เพื่อที่ตนจะรู้สึกดีขึ้น  แต่ปัญหาคือ  คนอื่นๆ ก็กำลังแสวงหาสิ่งเดียวกัน  การทะเลาะเบาะแว้งและการแทงกันข้างหลัง  จึงเกิดขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้  พระคัมภีร์กล่าวว่า  อะไรเป็นสาเหตุของการทะเลาะวิวาทกันในพวกท่าน  มิใช่กิเลสตัณหาของท่านหรือ  ที่ทำให้ท่านต่อสู้กัน (ยก. ๔:๑)

หากตลอดมา  คุณแสวงหาศักดิ์ศรีและเกียรติจากมนุษย์  และต้องพบกับความเจ็บปวดรายวัน  ตัดสินใจวันนี้ที่จะตระหนักตามพระวจนะของพระเจ้าถึงสถานะ  ศักดิ์ศรีกับเกียรติที่พระองค์ทรงสวมและล้อมรอบคุณไว้  เมื่อคุณตระหนักเช่นนี้  คุณจะไม่ละอายที่จะกระทำการซึ่งคนอื่นถือว่าต่ำ  อย่างเช่นยอมตนเป็นทาสสมัครรับใช้คนอื่น  คุณจะไม่เจ็บเมื่อคนไม่เห็นความดีของคุณ  หรือไม่ให้เกียรติคุณ  คุณจะมีความมั่นคงและชื่นชมยินดีอยู่เสมอ  คุณจะมีความสัมพันธ์อันใกล้ชิดกับพระองค์  และจะมีประสบการณ์กับชีวิตครบบริบูรณ์ที่พระเยซูได้เสด็จมาเพื่อประทานแด่คุณ

คำอธิษฐานด้วยความเชื่อ: พระบิดาเจ้า  ลูกขอบพระคุณพระองค์ที่ทรงสร้างลูกให้ต่ำกว่าพระองค์แต่หน่อยเดียว  โดยทรงสร้างลูกขึ้นใหม่ตามแบบอย่างของพระองค์  และสวมศักดิ์ศรีกับเกียรติให้แก่ลูก  โดยประทานสิทธิให้ลูกเป็นบุตรของพระองค์  ลูกสรรเสริญพระองค์  ในพระนามของพระเยซูคริสต์เจ้า  อาเมน  

  
ค้ดลอกจาก http://www.oknation.net/blog/inchrist
บล็อกของคุณ ชาญชิต 


 

Comments  

 
+1 #1 Moses 2010-01-29 14:59
ผมอ่านบทความนี้ แล้ว ต้องบอกตัวเองซ้ ำอีกว่ากลับใจซะ หลงกลเนื้อหนังอ ีกแล้ว

เป็นบทความที่หน ุนใจดีมากครับ ทุกคนที่แสวงการ รับใช้พระเจ้า

เมื่อเดินมานานใ นทางพระเจ้า เราหลงลืมไปว่า ศักดิ์ศรีและเกี ยรติของเราที่แท ้มาจากไหน

พระเจ้าอวยพรครั
Quote
 

Add comment


Security code
Refresh