|

เทศกาลคริสต์มาสเคลื่อนใกล้เข้ามาครั้งใด บรรยากาศรอบกายทำให้เราคริสตชนตื่นเต้นกับการเฉลิมฉลองที่กำลังจะมาถึง หลายคนตื่นเต้นดีใจ เพราะอีกไม่นานจะมีการเลี้ยงฉลองกันอย่างอิ่มหนำสำราญ รอเวลาได้รับของขวัญและการ์ดสีสันสวยงามในเทศกาลพระคริสตสมภพ ส่วนอีกหลายคนเห็นว่าคริสต์มาสเป็นเพียงวันหยุดประจำปีในปฏิทินคาทอลิกเท่านั้น ผมถูกสอนมาตลอดว่า วันคริสต์มาสคือวันแห่งความชื่นชมยินดี เป็นเทศกาลแห่งความสุข มีแต่ความสนุกสนานรื่นเริง มีการกินเลี้ยงสังสรรค์ แลกเปลี่ยนของขวัญ แซ่ซ้อง ร้องเพลงสรรเสริญพระกุมารด้วยความ เบิกบาน และปลื้มปีติ ทั้งวัด บ้าน โรงเรียน และสำนักงานคาทอลิก เต็มไปด้วยการตกแต่งประดับประดาอันสวยงาม และตามห้างสรรพสินค้าในปัจจุบัน ยิ่งทำให้เทศกาลคริสต์มาสกลายเป็นเทศกาลแห่งการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มมากขึ้น ….. 2,000 กว่าปีก่อน เด็กน้อยชื่อ “เยซู” เกิดมาในยามค่ำคืนอันเหน็บหนาว เป็นเพียงทารกน้อยผู้ต่ำต้อย และเป็นเพียงลูกช่างไม้ที่ไม่มีใครใส่ใจไยดี “เยซู” เกิดมาโดยไม่มีความสำคัญอันใด ไม่มีใครคอยจดจารเรื่องราวที่แท้จริงในตอนเกิด พระคัมภีร์เป็นเพียงเหตุการณ์ที่ถูกบันทึกไว้ในภายหลัง เด็กน้อยคนนี้เกิดมาโดยปราศจากผู้คนที่คอยห้อมล้อมต้อนรับ ไร้ซึ่งฐานะและเกียรติยศทางสังคม ไม่มีโรงพยาบาลชั้นดีเป็นที่เกิด มีเพียงรางหญ้าและคอกสัตว์เป็นที่พัก รอบกายมีเพียงความขาดแคลนและยากจน ยุคสมัยนั้นมีแต่โรคภัยร้ายแรงรุมล้อม และทั่วทั้งแผ่นดินเต็มไปด้วยความหวาดกลัวของผู้คนต่ออำนาจของผู้ปกครอง เด็กน้อยชื่อ “เยซู” เกิดมาท่ามกลางการประหัตประหาร สถานการณ์บ้านเมืองในช่วงเวลานั้น เต็มไปด้วยความรุนแรงและการฆ่าฟัน บ้านเมืองในการปกครองของกษัตริย์เฮโรด กระทำการฆ่าหมู่ทารกน้อยเพศชายที่มีอายุตั้งแต่ 2 ขวบลงไป เพื่อรักษาอำนาจของตนเอง จากสถานการณ์บ้านเมืองที่เต็มไปด้วยทุกข์ภัยและความรุนแรง พ่อแม่และเด็กน้อย ชื่อ “เยซู” ต้องทุกข์ยากลำบากและต้องอพยพหนีตาย เพื่อรอเวลาไถ่กู้มนุษยชาติ เสียสละชีวิตตนเองเพื่อให้คริสตชนรุ่นหลังอีก 2,000 กว่าปี มีความสุข สนุกสนาน และรื่นเริงในวันที่พระองค์ต้องทุกข์ทรมานแสนสาหัส คริสต์มาสในแต่ละปีที่ผ่านพ้นไป ผมสนุกสนานรื่นเริงกับการกินเลี้ยงสังสรรค์ จนหลงลืมที่จะคิดถึงความลำบากยากแค้นของพระเยซูและพ่อแม่ของพระองค์ ในขณะที่กุมารน้อยชื่อ “เยซู” ไม่มีอาหารชั้นดีไว้รองท้อง มีเพียงอาหารที่พอประทังชีวิตให้ตัวเองกับพ่อแม่อยู่รอดต่อไปในดินแดน อันทุรกันดาร แต่คริสตชนอย่างผม กลับได้กินอาหารชั้นดีจนเหลือทิ้ง ในวันที่พระกุมารไม่มีอะไรจะกิน… หลายครั้งในเทศกาลคริสต์มาส ผมระเบิดเสียงหัวเราะอย่างสุขใจ หลังจากได้รับรางวัลและของขวัญมากมายกลับบ้าน ซึ่งของขวัญเหล่านั้นต้องแลกมาด้วยความทุกข์ทรมานของพระเยซูเมื่อ 2,000 ปีก่อน คริสต์มาสในแต่ละปีที่ผ่านไป ผมไม่เคยคิดที่จะใส่ใจกับความหมายที่แท้จริงที่อยู่เบื้องหลังเทศกาลนี้ ยิ่งเติบโตขึ้น ผมยิ่งรู้สึกว่า “คริสต์มาส” คือ “วันแห่งความทุกข์ของพระกุมาร” และคริสต์มาสในปัจจุบัน ได้กลับกลายเป็นเพียง “เทศกาลแห่งความสุขและสนุกสนานรื่นเริงของบรรดาคริสตชน” คริสตชนเชื่อกันว่า 25 ธันวาคมของทุกปี คือวันประสูติของกุมารน้อยชื่อ “เยซู” แต่น้อยครั้งนักที่เราจะใส่ใจกับความทุกข์ทรมาน และสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในยุคสมัยนั้น และคริสต์มาสในทุกวันนี้ คริสตชนก็เฉลิมฉลองแต่การที่พระกุมารถือกำเนิดมาบนโลกนี้ แต่ละเลยไม่ใส่ใจถึงสถานการณ์ความรุนแรงทางสังคมที่เกิดขึ้นในยุคสมัยปัจจุบันเช่นเดียวกัน แม้กุมารน้อย “เยซู” จะถือกำเนิดมาในวันคริสต์มาสเหมือนกันทุกปี แต่คงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงจิตใจของเราได้เลยแม้แต่น้อย เพราะการรับวัฒนธรรมในด้านต่างๆ ของคริสตชนเราทุกวันนี้ เป็นเพียง “การทำตามกันไป” แล้วก็จบลงและผ่านพ้นไป คริสต์มาสปีนี้ก็คงเหมือนเดิม วันเวลาผ่านมาแล้วก็ผ่านพ้นไป หลงเหลือไว้เพียงเศษอาหารและกระดาษห่อของขวัญที่รอเวลาเก็บไปทิ้ง…เท่านั้นเอง credit : http://www.issara.com/newblog/?p=1416
|