
พระเจ้าตรัสตอบ
ข้าพระองค์ร้องทูลพระเจ้า และพระองค์ตรัสตอบข้าพระองค์ จากภูเขาอันบริสุทธิ์ของพระองค์ – สดุดี ๓:๔
ทราบหรือไม่ว่าคุณสามารถมั่นใจอย่างผู้เขียนสดุดีได้ว่า เมื่อคุณอธิษฐาน พระเจ้าจะตรัสตอบคุณ
บางคนอาจค้านว่า “แต่ฉันไม่ใช่ผู้เขียนสดุดี ฉันเป็นแค่คนที่ไม่มีความสำคัญอะไร นั่นเป็นพระสัญญาสำหรับคนในพันธสัญญาเดิม”
ความจริงคือ ในพันธสัญญาใหม่ อัครทูตยอห์นสอนให้เราทุกคนมั่นใจว่าพระเจ้าทรงตอบคำอธิษฐาน “และนี่คือความมั่นใจที่เรามีต่อพระองค์ คือถ้าเราทูลขอสิ่งใด... เราก็รู้ว่าเราได้รับสิ่งที่เราทูลขอนั้นจากพระองค์” (๑ ยน. ๕:๑๔-๑๕)
ผู้เขียนสดุดีกล่าวว่า “พระองค์ตรัสตอบข้าพระองค์ จากภูเขาอันบริสุทธิ์ของพระองค์”
ในพันธสัญญาเดิม ที่ๆ พระเจ้าประทับคือที่อันบริสุทธิ์ พระคัมภีร์จึงกล่าวถึงภูเขาบริสุทธิ์ พระวิหารบริสุทธิ์ เพราะพระเจ้าประทับอยู่นอกชีวิตของผู้เชื่อ ผู้เชื่อจึงแสวงหาคำตอบของพระเจ้าจากภายนอก คือผ่านทางผู้เผยพระวจนะและเหตุการณ์ภายนอก
เมื่อพระเจ้าทรงเรียกกิเดโอนให้ช่วยกู้อิสราเอลด้วยมือของท่าน ท่านวางกลุ่มขนแกะ และทูลพระเจ้าว่า “แม้มีน้ำค้างเฉพาะที่กลุ่มขนแกะเท่านั้น ส่วนที่พื้นดินโดยรอบนั้นแห้ง ข้าพระองค์ก็จะทราบว่า พระองค์จะทรงช่วยกู้อิสราเอลด้วยมือของข้าพระองค์ ดังที่พระองค์ตรัสนั้น" เมื่อเป็นตามนั้น กิเดโอนทูลอีกครั้งว่า “ขอข้าพระองค์ทดลองด้วยกลุ่มขนแกะนี้อีกครั้งหนึ่งเถิด คราวนี้ขอให้แห้งเฉพาะที่กลุ่มขนแกะ ส่วนที่พื้นดินนั้นให้มีน้ำค้างโดยทั่วไป” ในคืนวันนั้นพระเจ้าก็ทรงกระทำตามที่ขอ คือกลุ่มขนแกะนั้นแห้งอยู่ แต่มีน้ำค้างอยู่ทั่วพื้นดิน (วนฉ. ๖:๓๖-๔๐) กิเดโอนต้องอาศัยเหตุการณ์ภายนอกเป็นตัวกำหนดการทรงนำของพระเจ้า
ในพันธสัญญาใหม่ พระเจ้าประทับในชีวิตของผู้เชื่อ อัครทูตเปาโลกล่าวว่า “พระวิญญาณของพระเจ้าทรงสถิตอยู่ในท่านทั้งหลาย... พระคริสต์อยู่ในท่านทั้งหลาย” (รม. ๘:๙-๑๐) พระคัมภีร์จึงเรียกผู้เชื่อว่า “ผู้ได้รับการทรงชำระให้บริสุทธิ์” (๑ คร. ๑:๒)
หากวันนี้พระองค์จะตรัสตอบคุณ คุณไม่ต้องรอขึ้นเขาหรือเข้าในที่ประชุมคริสตจักร คุณไม่ต้องไปหาผู้เผยพระวจนะ วางกลุ่มขนแกะ หรือเสี่ยงทายน้ำพระทัยโดยขอหมายสำคัญภายนอก พระเจ้าทรงชำระคุณให้บริสุทธิ์แล้ว พระองค์ประทับอยู่ภายในคุณ และเมื่อคุณร้องทูลพระเจ้า คุณมั่นใจได้ว่าพระองค์ตรัสตอบคุณ จากที่ประทับอันบริสุทธิ์ของพระองค์ คือจากภายในคุณ
ในพันธสัญญาเดิม พระคัมภีร์บันทึกเรื่องราวที่พระเจ้าตรัสกับเอลียาห์ เมื่อพระเจ้าเสด็จผ่านไป พระคัมภีร์กล่าวว่ามีสามสิ่งเกิดขึ้น ลมใหญ่อันแรงกล้าได้พัดพังภูเขาและทำให้หินแตกเป็นก้อนๆ แผ่นดินไหว และไฟ แต่ทั้งสามเหตุการณ์อันเร้าใจ พระคัมภีร์กล่าวถึงสามครั้งเช่นกันว่า พระเจ้าไม่ได้สถิตอยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าว สุดท้ายพระเจ้าตรัสกับเอลียาห์ด้วย “เสียงเบาๆ”
ยุคนี้เราเคยชินกับความเร่งรีบ เสียงภายนอกรบกวนความสงบภายใน จนเราไม่รู้จักสงบที่จะฟังเสียงเบาๆ ที่พระเจ้าตรัสตอบภายใน เราอธิษฐานแบบผูกขาด เร่งด่วน เรามองหาผู้เผยพระวจนะที่จะให้คำตอบด่วนแก่เรา เราขอหมายสำคัญที่ระทึกใจภายนอก และเพราะมารเป็นเจ้าโลก มันสามารถสร้างเหตุการณ์ให้สอดคล้องกับสิ่งที่เราเสี่ยงทาย เราจึงพลาดจากการทรงนำและคำตอบจากพระเจ้า
ในพันธสัญญาใหม่ พระเจ้าทรงนำบุตรทุกคนของพระองค์ด้วยพระวิญญาณของพระองค์ “เพราะว่าพระวิญญาณของพระเจ้าทรงนำผู้ใด ผู้นั้นก็เป็นบุตรของพระเจ้า” (รม. ๘:๑๔) พระคัมภีร์ไม่ได้กล่าวว่า “ผู้เผยพระวจนะของพระเจ้าและสถานการณ์ภายนอกนำผู้ใด ผู้นั้นก็เป็นบุตรของพระเจ้า”
พระเจ้าตรัสตอบคุณผ่านทางพระวิญญาณของพระองค์ เพราะพระวิญญาณของพระเจ้าประทับอยู่ภายในคุณ พระองค์จึงทรงนำและตรัสตอบคุณจากภายใน ผ่านทาง “พยานภายใน” (โรม ๘:๑๖) ไม่ใช่เสียงที่ดัง ไม่ใช่เหตุการณ์น่าตื่นเต้นภายนอก แต่เป็นการรับรู้จากภายในคุณ คุณรับรู้
การทรงนำของพระเจ้าผ่านทางพยานภายในได้เช่นเดียวกับที่คุณรับรู้จากพยานภายในแล้วว่าพระเจ้าทรงเป็นพระบิดาของคุณ
คำอธิษฐานด้วยความเชื่อ: ขอบพระคุณพระบิดาเจ้า เมื่อลูกร้องทูลพระองค์ พระองค์ตรัสตอบลูกจากที่ประทับอันบริสุทธิ์ของพระองค์ คือจากภายในลูก ขอทรงสอนลูกให้สงบใจและใช้เวลาอยู่ต่อพระพักตร์ของพระองค์เพื่อที่ลูกจะได้รับคำตอบจากพระองค์ในทุกสถานการณ์ ขอบพระคุณพระองค์ในพระนามของพระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน