ตอนที่1 พระสัญญาทั่วไปสำหรับทุกคน
เราอาจถามคำถามนี้ใหม่ว่า “ เราจะรู้ได้อย่างไรว่านี่เป็นพระสัญญาทั่ว ๆ ไปหรือเป็ พระสัญญาที่เฉพาะเจาะจงสำหรับเรา ?” พระสัญญาทั่วไป คือพระสัญญาที่ให้แก่ผู้เชื่อทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย ทุกหนทุกแห่งทุกยุคทุกสมัย มี ข้อสังเกตอย่างหนึ่งว่า พระเจ้าไม่เคยกำหนดเวลาไว้ในพระสัญญาของพระองค์ ตัวอย่างของพระสัญญาทั่วไป ได้แก่ 1ยน.1:9 “ ถ้าเราสารภาพบาปของเรา พระองค์ทรงสัตย์ซื่อและเที่ยงธรรม ก็จะทรงโปรดยกบาปของเรา และจะทรงชำระเราให้พ้นจากการอธรรมทั้งสิ้น ” พระสัญญาข้อนี้เป็นไปตามพระลักษณะของพระเจ้าที่ทรงให้อภัยและเป็นของผู้เชื่อทุกคน ทุกสมัย ตัวอย่างอีกข้อหนึ่งได้แก่ ฟป. 4:9 “ จงกระทำทุกสิ่งที่ท่านได้เรียนรู้และได้รับไว้ ได้ยินและได้เห็นในข้าพเจ้าแล้ว และพระเจ้าแห่งสันติสุขจะทรงสถิตกับท่าน ” พระสัญญาข้อนี้มีให้กับผู้เชื่อทุกคน ที่ไม่ยอมปล่อยให้ตัวเองตกอยู่ในความวิตกกังวล และให้นำความทุกข์ร้อนของตนมามอบให้กับพระเจ้า ( ข้อ 8 ) ตัวอย่างของพระสัญญาทั่ว ๆ ไปข้ออื่น ๆ คือ สดด. 1:3,27:10 ,31:24,ยน 4:13-14 ( สังเกต คำว่า “ ทุกคน” และแก่ ท่าน)และ วว. 3:20 อีกตอนครับ ในพระธรรม อสย. 54:10 นั้นเขียนเพื่อคนอิสราเอล แต่พระวิญญาณบริสุทธิ์ก็อาจใช้ข้อนี้เพื่อเล้าโลมใจผู้เชื่อบางคนในวันนี้ บางเหตการรณ์ก็ได้ “ เพราะภูเขาอาจจะพรากจากไป และเนินอาจจะคลอนแคลน แต่ความรักมั่นคงของเราจะไม่พรากไปจากเจ้า และพันธสัญญาแห่งสันติภาพของเราจะไม่คลอนแคลนไป ” ตอนที่2 พระสัญญาเจาะจง เรมาร์ (คือพระสัญญาที่ให้เป็นพิเศษกับเราเฉพาะ สถานะการณ์ เวลา เหตุการณ์นั้น ) เนื้อหาในคำสัญญานั้นจะชัดเจนว่าให้กับใคร โดยผ่าน คำเผยพระวจนะ ,การตรัสส่วนตัว หรือผ่านพระคัมภีร์ ตัวอย่างเช่นใน1พกษ.9:5 “แล้วเราจะสถาปนาราชบัลลังก์ของเจ้า เหนืออิสราเอลเป็นนิตย์ ดังที่เราได้สัญญากับดาวิดบิดาของเจ้าว่า ‘ เจ้าจะไม่ขาดชายผู้หนึ่งบนบัลลังก์แห่งอิสราเอล ’ ” ถ้าในบริบทเราจะเห็นชัดเจนว่านี่คือพระสัญญาที่พระเจ้ามีให้แก่ ซาโลมอน แต่บางครั้งเรา อธิษฐาน แต่มีบางสถาณการรณ์ที่ พระเจ้า ทรง อยากตรัสกับเราในบริบท ไกล้เคียงกัน เจาะจง วันนั้น เวลานั้น กับเรา ก็ได้ ครับ หรือเช่น ในพระธรรม ลูกา 2:35 “ เพื่อความคิดในใจของคนเป็นอันมากจะได้ปรากฏแจ้ง ถึงหัวใจของท่านเองก็ยังจะถูกดาบแทงทะลุด้วย ” คำเผยพระวจนะหรือพระสัญญานี้มีให้แก่พระเยซูคริสต์ แต่ถึงแม้ว่าพระสัญญาที่เฉพาะเจาะจงจะไม่ได้มีไว้เพื่อผู้เชื่อทุกคน แต่บางครั้งพระวิญญาณบริสุทธิ์ก็สามารถใช้พระสัญญานี้เพื่อนำทางหรือหนุนใจบางคนเป็นพิเศษก็ได้ ตัวอย่างเช่น ในบางสถานการณ์ เขาเรียกว่า เรมาร์ คำตรัส ที่เฉพาะเจอะจงต่อ เหตุการณ์ หรือ สถานการณ์นั้นๆ เมื่อ อ.เปาโลประกาศพระกิตติคุณท่ามกลางคนต่งชาตินั้น ท่านได้อ้างพระสัญญาพระเจ้าใน อสย. 42:6-7 “ เราได้ตั้งเจ้าไว้ให้เป็นความสว่างของคนต่างชาติ เพื่อเจ้าจะเป็นเหตุให้คนทั้งหลายรอด ถึงที่สุดปลายแผ่นดินโลก ” ( ดูใน กจ. 13:47 ) พระสัญญาตอนนี้แรกเริ่มนั้น อิสยาห์ต้องการกล่าวถึงพระเมสสิยาห์ แต่ในที่นี้ อ.เปาโลใช้เป็นพระสัญญาที่ใช้นำทางในการรับใช้ของท่านในชีวิตส่วนตัวของท่านเอง ตอนที่3 ทุกอย่างมีเงื่อนไข เราต้องเข้าใจก่อนว่า พระสัญญามักมีเงื่อนไข ให้มองดูเงื่อนไขให้ดี เช่นคำว่า ถ้า ,เหตุฉะนั้น เป็นคำสั่งให้พิจราณา แต่หากคำกล่าวที่บอกว่า ทั่วไป จง,เจ้า เป็นคำสั่ง ชัดเจนเจาะจง พระเจ้าทรงประทานพระสัญญาให้แก่เราเพื่อช่วยให้เราทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้าให้สำเร็จ ไม่ใช่เพื่อให้พระเจ้าทำตามใจเรา อย่าทึกทัก สรุป ไปเองว่าพระสัญญาจะสำเร็จในเวลาไหน หรือสถานที่ใด หรืออย่างไร เพราะเราไม่รู้แน่นอน ถ้าพระเจ้าไม่ได้สำแดงให้แก่เรา เพราะพระสัญญามีเงื่อนไขเวลา , ชีวิต การเรียกร้องจากพระเจ้า ด้วย เราจะยกตัวอย่างชีวิตของเช่น โยเซฟ โดนพี่ชายขาย ตกต่ำจนกลายเป็นพ่อบ้าน และถูกใส่ร้าย จนติดคุก ดูเหมือนไม่มีใครรู้เวลาของโยเซพเลย ทั้งที่วัยเด็กท่าน รับการสำแดงจากพระเจ้า ว่าจะได้เป็นใหญ่กว่าพี่ๆ แต่ผ่านไป ยิ่งแย่ลง ในสายตามนุษย์ แต่กลับกำลังไปสู่ความยิ่งใหญ่ จากพระเจ้า จนวันเวลาของพระเจ้ามาถึง โยเซพ รับโอกาสพิเศษ ได้ทำนายฝันให้กษัตริย์ฟาโรห์ ทำไห้ ท่านกลายเป็นรองกษัตริย์ในทันตา บางครั้ง ชีวิตของเรา ก็ไม่อาจรู้เวลาได้ว่าเมื่อไหร่ จะเป็นอย่างไร แต่ โยเซพไม่เคย ลืม ยังคงรักษานิมิตรที่พระเจ้าประทานให้ และดำเนินชีวิตกับพระเจ้า เสมอต้นเสมอปลายต่อ จนวินาทีสุดท้าย ครับ และพระคัมภีร์ก็บันทึกว่า โยเซพ พระเจ้าสถิตอยู่ด้วยตลอดเวลา จนทุกคนรู้ว่าท่าน เป็นคนที่มีพระวิญญาณบริสุทธิ์ ตอนที่4 อยู่ในความสัมพันธ์ ดาวิดผ่านการทดสอบในเรื่อง ความ ถ่อมใจและการ แสวงหาพระเจ้า ตลอดเวลา แม้จะถูกพ่อ พี่ๆ ดูถูกมองข้าม ผู้เผยวจนะซามูเอลมองผ่าน ว่าท่านไม่น่าจะใช่ คนที่พระเจ้าเจิม จนพระเจ้าต้องเข้ามาแทรกแทรง บอกกับซามูเอลไห้เจิมดาวิด จากนั้น กษัตริย์ ซาอูลผู้นำของอิสราเอล พ่อตาของ ของตัวเองที่เคยยก ลูกสาวไห้ ท่าน แต่ก็กลับ มามีแผนสังหารท่าน ซ้ำร้าย เจอลูกชาย อับเซาโลม กบฎ อโดนิยา ที่อยากชิงบัลลังค์ เจอ ทหาญเอก ทำเกินคำสั่ง แต่ท่าน ยังคงรักษาความสัมพันธิ์ กับพระเจ้า สม่ำเสมอ จนกลายมาเป็น กษัตริย์ ที่พระเจ้ารักมากมาย หลายครั้งความสัมพันธิ์กับพระเจ้าของเราจะดี เมื่อพระเจ้าอวยพร ตอบคำอธิษฐานแก่เรา หรือ ไม่มีอุสรรคปัญหา แต่ ว่า เมื่อเริ่มมีอุปสรรค หรือ รู้สึกบางอย่างๆม่ราบลื่น เราเริ่มที่จะไม่อยากอธิษฐาน หรือ อยากอ่านพระคัมภีร์ละ เรารู้สึกว่า ปัญหา มันไหญ่มากจนหมดใจ ที่จะสนิทสนมจากพระเจ้า มันเป็นอุสรรคยิ่งไหม่ เราจะเข้าหาพระเจ้าได้อีก เมื่อมันสุดขีด ก่อน เรารอไห้พระองค์เอาปัญหานั้นออกไป หรือหากปัญหาสุดขีดที่สุด ก็คงจะต้องเริ่มมาขอ ความช่วยเหลือ ชีวิตของเราเหมือนทหารครับ หากไม่มีการฝึก พบความลำบาก เราจะกลายเป็นคนไม่ชำนาญในการรบ หรือร่างกายไม่แข็งแรงเลย ครับ ครูฝึกเปรียบเสมือนพระเจ้า การฝึกก็คือปัญหา เพราะครูฝึกเพื่อให้ทหาญเข้มแข็งชำนาญไม่ใช่ตั้งใจ ทำร้าย และเราควรมีความสัมพันธิ์กับครูฝึกที่ดี ก็จะรู้ใจกัน การฝึกก็จะดี เมื่อออกรบ เผชิญปัญหา สู่สงคราม ก็จะสู้รบกับครูฝึก(พระเจ้า)อย่างเป็นทีมเดียวกัน ครับ ดังนั้น อย่าหลีกหนีการฝึกและห่างไกลผู้ฝึก จากผู้ยิ่งหญ่ที่สุด ตอนที่5 การเชื่อฟัง หากเรา มีลูก สักคนไม่ว่าหญิงหรือชาย แม้ลูกของเรา แม้จะไม่เก่ง หรือหน้าตาดี ดังที่ใครๆโออวด ในลูกตัวเอง ว่าดีแค่ไหน พวกเรา ก็ยังคงรักและเลือกจะเป็นลูกคนนี้ของเราแน่นอน ไม่อยากเปี่ยนหรือสลับ แน่ครับ แม้อย่างไร เรารักลูกเรา เพราะเขาเป็นลูกเรา และสิ่งที่เราต้องการจากเขาคือการเชื่อ ฟัง จากขา ไม่ใช เงินที่เขาพยายามจะหาเลี้ยงดูเรา หรือพยายามทำโน่นทำนี่ ไห้แก่เรา ทำไมครับ เพราะคนที่เป็นพ่อ อยากมีสิทธิที่จะรักจะสร้าง อยากดูไห้ลูกได้ดีที่สุด นั้นคือ การเชื่อฟัง เป็นกุญแจ ที่เราต้องการ ที่สุดเพราะมันเป็น เงื่อนไขเดียวที่จะควบคุม สัมพันธิ์ลูกเราได้ ในพระคัมภีร์ เราจะเห็นชีวิตของ อิสอัค ที่เป็นสัญลักษณ์ของ การเชื่อฟัง เราอาจพูได้ว่า อับราฮัมเป็นบิดาแห่งความเชื่อ อิสฮัค บิดาแห่งการเชื่อฟัง และ ยาโคบ เป็นสัญักษณ์แห่งการขัดเกลาและรับะพระพรจากพระเจ้า แต่อย่างไร ทั้งสามคน ต่างมีสิ่งหนึ่งคือการเชื่อฟัง พระเจ้า แม้พวกเขาทั้งสามคน อาจจะ มีจุดอ่อน บกพร่อง บ้างแต่พระเจ้า ทรงเห็น สิ่งที่พระเจ้ามองเห็นสิ่งที่ยิ่งไหญ่ และ มีค่าสำหรับพระเจ้า คือ การเชื่อฟัง ตอนนี้ เราจะมาดูชีวิต อิสฮัค บุตรชายของอับราฮัม ท่านเชื่อฟังพ่อ ขนาดที่อับราฮัม ถูกพระเจ้า ทดสอบเรื่องความเชื่อฟัง ให้นำอิสฮัค ไปฆ่าถวายเป็นเครื่องบูชา ขณะที่อับราฮัมพาอิสฮัคเดินทางไป อิสฮัค เพียวถามพ่อว่า จะไปไหน พ่อตอบลูกว่า ไปถวายเครื่องบูชา และอิสฮัคก็เชื่อ โดยสุดท้าย พ่อที่รักลูกจับลูกมัดเพื่อฆ่าเป็นเครื่องบูชา อิสฮคยอม ไม่บ่น ต่อต้านเลย สุดท้ายการเชื่อฟังของพ่อ ที่ทำตามพระเจ้าทดสอบ การเชื่อฟังลูกที่ ทำตามพ่อบอก ทำไห้อัศจรรย์เกิดขึ่น พระเจ้า ทรงจัดเตรียม แกะเป็นเครื่องบูชา แทนอิสฮัค เรื่องจบลงด้วย พ่อลูกกลับบ้าน พร้อมกันโดยไม่สูญเสียอะไรเลย และรับความโปรดปรานจากพระเจ้า อีกต่างหากครับ
ขอขอบคุณ บทความหนุนใจดีๆ จาก อาจารย์เจริญ ยธิกุล ศุนย์พันธกิจคริสตจักรแม่น้ำ ... www.James7.info
|