Home สาระความรู้ทั่วไป ดับไฟลดโลกร้อน "เอิร์ธ อาวร์" 2010 เริ่มแล้ว

Visitors Counter

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday584
mod_vvisit_counterYesterday3971
mod_vvisit_counterThis week11460
mod_vvisit_counterThis month31586
mod_vvisit_counterAll (since 19Jan2009)2121240

Who's Online

We have 53 guests online

Alexa

ดับไฟลดโลกร้อน "เอิร์ธ อาวร์" 2010 เริ่มแล้ว PDF Print E-mail
Saturday, 27 March 2010 22:45

เอเจนซี - สะพานฮาร์เบอร์บริดจ์ และโอเปร่าเฮาส์ สัญลักษณ์ของนครซิดนีย์ถูกดับไฟเป็นการชั่วคราวในวันนี้ (27) เช่นเดียวกับสถานที่ต่างๆ ทั่วเอเชียแปซิฟิกตะวันตก ตามโครงการรณรงค์ลดภาวะโลกร้อนให้แก่โลก หรือ เอิร์ธอาวร์ ประจำปี 2010 ด้วยการปิดไฟชั่วคราว 1 ชั่วโมงเต็ม ซึ่งรวมถึงในประเทศไทยด้วย

       

       หมู่เกาะแชทัมเป็นจุดแรกที่ดับไฟ เมื่อเวลา 20.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น จากประเทศและดินแดนที่เข้าร่วมโครงการมากกว่า 100 ประเทศแห่งซึ่งจะไล่ปิดไฟกัน 1 ชั่วโมงเต็ม ในเวลา 20.30 น. ตามเวลาท้องถิ่นของแต่ละประเทศ โดยจุดสุดท้ายคือบนเกาะซามัวในอีก 24 ชั่วโมงถัดไป
       
       การรณรงค์ปิดไฟ 1 ชั่วโมงจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในนครซิดนีย์ของออสเตรเลียในปี 2007 และได้กลายเป็นโรงการรณ์รงค์ประจำปีในทั่วโลก ซึ่งกองทุนทั่วโลกเพื่อธรรมชาติ (World Wide Fund for Nature-WWF) ผู้จัดโครงการนี้คาดว่า โครงการในปีนี้จะใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยทำมา
       
       เมื่อมองจากเรือที่ล่องอยู่ในอ่าวซิดนีย์ ผู้เห็นเหตุการณ์คนหนึ่งกล่าวว่า เมืองซีย์ติดอยู่ในความมืดตั้งแต่หนึ่งชั่วโมงก่อนที่จะถึงชั่วโมงแห่งการดับไฟ เมฆลอยต่ำ พระจันทร์เกือบเต็มดวงทำให้บรรยากาศชวนขนลุกในเมืองที่ใหญ่ที่สุดของแดนจิงโจ้แห่งนี้
       
       ส่วนบนเกาะแชทัม เครื่องผลิตน้ำมันดีเซลที่ผลิตพลังงานในแก่ชุมชนถูกดับเครื่องชั่วคราว ขณะที่ประเทศอื่นที่เข้าร่วมการรณรงค์ครั้งนี้ยังรวมถึงนิวซีแลนด์ ฟิจิ ตูวาลู ซึ่งผู้ใช้ยวดยานพากันหยุดรถของพวกเขาชั่วคราว รายงานข่าวเผยว่า จำนวนผู้ที่เข้าร่วมการรณรงค์ครั้งนี้ เพิ่มขึ้นจำนวนมากอย่างเห็นได้ชัดจากปี 2009 ที่มีประเทศและดินแดนต่างๆ เข้าร่วมโครงการ 88 แห่ง และมากกว่า 4,000 เมือง โดยผู้จัดโครงการประเมินว่ามีผู้เข้าร่วมราว 500-700 ล้านคนในปีที่แล้ว
       
       แอนดี้ ริดเลย์ ผู้ร่วมก่อตั้งโครงการ และปัจจุบันเป็นผู้อำนวยการบริหารโครงการ บอกกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่าดินแดน และประเทศต่างๆ 126 ประเทศ สมัครเข้าร่วมโครงการ โดยมีงานพิเศษนับพันงานมีกำหนดจัดขึ้น รวมถึงปาร์ตี้ไร้แสงหลายแห่งตามชายหาดทางเหนือของซิดนีย์ และการนัดจับคู่แบบฉับไวใน 1 ชั่วโมงนี้ โดยเขาเชื่อว่า ความล้มเหลวจากการประชุมว่า ด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก ณ กรุงโคเปนเฮเกน เมื่อปีที่แล้ว จะช่วยกระตุ้นให้คนสนใจโครงการในปีนี้มากยิ่งขึ้น ทั้งภาคธุรกิจก็สนับสนุนอย่างเข้มแข็ง ซึ่งรวมถึงเครือข่ายโรงแรมต่างๆ ที่ยอมรับว่าเป็นผู้ปล่อยปริมาณก๊าซเรือนกระจกจำนวนมหาศาลด้วย
       
       ทั้งนี้ บรรดาผู้จัดโครงการบอกว่า ไม่ได้มองว่าจะประหยัดพลังงานได้มากเท่าใดจากการดับไฟ 1 ชั่วโมงนี้ แต่ชี้ว่า โครงการดังกล่าวเป็นเรื่องเชิงสัญลักษณ์ที่กระตุ้นให้คนใส่ใจสิ่งแวดล้อม
       
       "อะไรที่ทำไป ผมหวังว่าจะช่วยให้คุณได้คิดว่าคุณกำลังทำอะไร และได้ทำอะไรลงไปแล้ว" ริดเลย์กล่าว
       
       ทั้งนี้ สถานที่ที่เพิ่งจะเข้าร่วมโครงการนี้เป็นครั้งแรกในปีนี้ ได้แก่ ทำเนียบประธานาธิบดีสีน้ำเงินของเกาหลีใต้ และพระราชวังต้องห้ามในกรุงปักกิ่ง ซึ่งจะตกอยู่ในความมืดมิดชั่วคราว เช่นเดียวกับอนุสรณ์สถานสันติภาพในเมืองฮิโรชิมา ญี่ปุ่น และปิรามิด และสฟิงซ์ ในอียิปต์ รวมถึงสะพานทุกแห่งตามแม่น้ำแซน หอไอเฟล ประตูชัย ในกรุงปารีสของฝรั่งเศส รวมถึงชิงช้าสววรค์ลอนดอนอาย พระราชวังบักกิ้งแฮม และอาคารรัฐสภาในกรุงลอนดอนของอังกฤษ ขณะที่ในสหรัฐฯ ผู้ว่าการ 30 มลรัฐจากทั้งหมด 50 มลรัฐประกาศให้ความร่วมมือด้วย

คัดลอกจาก www.manager.co.th 

Last Updated on Saturday, 27 March 2010 22:47
 

Add comment


Security code
Refresh

โฆษณาประชาสัมพันธ์ ธุรกิจของท่าน

 

สถานีเพลงคริสเตียน

ความเห็นของผู้อ่าน บทความต่างๆ ที่เข้ามาล่าสุด

รวมเรื่องราว ปี 2012

Other Articles