Home สาระความรู้ทั่วไป ความหมายวันคริสตมาส

Visitors Counter

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday987
mod_vvisit_counterYesterday3360
mod_vvisit_counterThis week4347
mod_vvisit_counterThis month52518
mod_vvisit_counterAll (since 19Jan2009)2443493

Who's Online

We have 151 guests online

Alexa

ความหมายวันคริสตมาส PDF Print E-mail
Tuesday, 16 December 2008 01:17

 

วันคริสตมาสคือวันระลึกถึงพระเจ้า เมื่อ พระเยซูคริสต์ได้เสด็จมาบังเกิดในโลกนี้ คำว่า "คริสตมาส" มาจากคำว่า "ไคร้สแมส" คำนี้เกิดขึ้นหลังจากพระเยซูเสด็จมาบังเกิดแล้วถึง 129 ปี เพราะก่อนหน้านั้น ไม่มีการฉลองวันประสูติของพระเยซูเลย จนกระทั่งถึงสมัยของบิชอปเทเรสโฟรัส แห่งกรุงโรม ได้จัดให้มีการฉลองวันประสูติ ของพระเยซูคริสต์ขึ้นเป็นครั้งแรก โดยจัดให้มีพิธีมิซซาเป็นพิเศษหลังเที่ยงคืนวันที่ 24 ธันวาคม เรียกว่า "ไคร้สแมส" ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นคำว่า "คริสตมาส" จนถึงทุกวันนี้

วันคริสตมาสที่แท้จริงคือวันที่เท่าไหร่นั้น ไม่มีใครยืนยันแน่นอนได้ว่า พระองค์ประสูติตรงกับวันไหน รู้แต่เพียงว่าคืนหนึ่งในฤดูหนาวราวๆ ปลายเดือนธันวาคมหรือต้นเดือนมกราคม สมัยก่อนนั้นมีการนับเวลา หรือมีปฏิทินหลายแบบ บางอย่างก็คล้ายสมัยนี้ แต่บางอย่างก็แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

เมื่อ 46 ปีก่อนพระเยซูประสูติ จูเลียสซีซ่าร์ผู้ครองมหาอาณาจักรโรม ได้ให้กำหนดปฏิทินที่เรียกว่า "จูเลี่ยน" ซึ่งกำหนดให้ 1 ปี เท่ากับ 365 1/4 วัน เป็นปฏิทินเกี่ยวข้องกับทางราชการเท่านั้น และได้ใช้มาจนถึงสมัยจักรพรรดิคอนสแตนติน พระองค์ได้หันมารับศาสนาคริสต์ เป็นศาสนาประจำจักรภพโรมัน จึงสั่งให้ทำปฏิทินขึ้นใหม่ โดยให้สัปดาห์หนึ่งมี 7 วัน และวันแรกเป็นวันอาทิตย์ที่จะหยุดงาน เพื่อพักผ่อนและนมัสการพระเจ้า

หลังจากนั้นประมาณ 150 ปี มีนักศึกษาชื่อไดโอโน ซิ-อุสเอ็กซิกูอัส เสนอให้แยกประวัติศาสตร์ของโลก ออกเป็น "ก่อน" และ "หลัง" พระเยซูคริสต์ประสูติ ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนพระเยซูคริสต์ประสูติ เรียกว่า "ก่อนคริสตศักราช" ทุกสิ่งที่เกิดขึ้น หลังพระเยซูคริสต์ประสูติเรียกว่า "หลังคริสตศักราช"

แต่วันที่พระเยซูคริสต์ประสูติอย่างแน่นอนนั้น ไม่มีใครทราบ จึงได้กำหนดเอาวันที่ 25 มีนาคม เป็นวันที่ทูตสวรรค์จากพระเจ้า มาปรากฏแก่นางมาเรีย แจ้งข่าวว่า พระเจ้าจะเสด็จลงมาปฏิสนธิในครรภ์ของเธอ และนับต่อมาอีก 9 เดือน ถึงวันที่ 25 ธันวาคม กำหนดเป็น "วันประสูติของพระเยซูคริสต์" หรือ "วันคริสตสมภพ"

พระเยซูคริสต์ผู้เดียว ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการแบ่งแยกเวลา ในประวัติศาสตร์โลกอย่างเป็นสากล แต่การนับวันประสูติของพระองค์ ยังคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงไปถึง 4 ปี คือพระองค์ประสูติได้ 4 ปีแล้ว จึงเริ่มนับ ค.ศ. 1 ดังนั้น ค.ศ.ที่แท้จริง หรือคริสตมาสแรก จะต้องเอาจำนวน ค.ศ.ปัจจุบันบวกด้วย 4 ก็จะเป็นปีที่ถูกต้อง

เหตุผลและแผนการ ที่เกี่ยวกับการมาบังเกิดของพระเยซู เริ่มตั้งแต่ปฐมกาล พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์คู่แรก คืออาดัมและอีฟ แต่ทั้งคู่ได้ถูกมารซาตานล่อลวงให้ทำบาป จึงตกเป็นทาสของมารซาตาน ทำให้ต้องถูกตัดขาดจากพระเจ้า รวมไปจนถึงเผ่าพันธุ์ของเขาที่ตามมา แต่ด้วยความรักและความห่วงใย อันไม่รู้สิ้นสุดของพระเจ้า พระองค์จึงสัญญาว่าจะช่วยมนุษย์ให้รอด

วันคริสตมาสจึงเป็นวันที่พระสัญญาของพระเจ้า ซึ่งได้ทรงให้ไว้ตั้งแต่สมัยอาดัมและอีฟนั้น เป็นจริงตามที่ทรงสัญญาไว้ ก่อนที่จะเสด็จมาประสูติเป็นมนุษย์นั้น ทูตสวรรค์ได้มาแจ้งข่าวแก่นางมาเรียสาวพรหมจารีว่า "อย่ากลัวเลย เธอเป็นที่โปรดปราน นี่แนะเธอจะตั้งครรภ์และคลอดบุตรเป็นชาย จงตั้งชื่อบุตรนั้นว่า เยซู (แปลว่าพระผู้ช่วยให้รอด) บุตรนั้นจะเป็นใหญ่ และได้ชื่อว่าเป็นบุตรของผู้สูงสุด" (ลูกา 1:30)

ในคืนที่พระองค์จะประสูติ ทูตสวรรค์ได้ไปแจ้งข่าวดี แก่คนเลี้ยงแกะที่กลางทุ่งนาว่า "อย่ากลัวเลย นี่แนะ เรานำข่าวดีมาประกาศแก่ท่านทั้งหลาย ซึ่งจะทำให้คนทั้งปวง มีความชื่นชมยินดีเป็นอันมาก เพราะว่าในวันนี้ …พระผู้ช่วยให้รอดของท่าน คือ พระคริสต์เจ้าได้บังเกิดที่เมืองของดาวิด" (ลูกา 2:10)

ปุโรหิตเศคาริยาห์ ผู้ซึ่งทำหน้าที่ในพระวิหารในเวลานั้น เรียกพระองค์ว่า "แสงอรุณจากเบื้องสูง" "โดยพระทัยเมตตากรุณาแห่งพระเจ้าของเรา แสงอรุณจากเบื้องสูง ได้เสด็จมาเยี่ยมเยียนเรา จะส่องสว่างแก่คนทั้งหลายผู้อยู่ในที่มืด (ความบาป) และแก่ผู้ที่นั่งอยู่ในเงาแห่งความมรณา (ความตาย) เพื่อนำเท้าของเรา ไปในทางแห่งความสุขสำราญ" (ลูกา 1:78-79)

แม้แต่โยเซฟซึ่งเป็นคู่หมั้นของนางมาเรีย พระเจ้าก็ให้ทูตของพระองค์ไปแจ้งแก่เขาว่า "โยเซฟผู้เป็นเชื้อสายของกษัตริย์ดาวิด จงอย่าได้ลังเลใจ ในการที่จะรับเอามาเรียไว้เป็นภรรยาของท่านเลย เพราะว่าทารกที่ปฏิสนธิในครรภ์ของเธอนั้น เป็นโดยฤทธิ์เดชแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์ เธอจะให้กำเนิดบุตรชาย ท่านจงตั้งชื่อพระกุมารนั้นว่า "เยซู" (แปลว่าพระผู้ช่วยให้รอด) โยเซฟจึงทำตามที่ทูตสวรรค์บอก

ในช่วงเวลานั้น จักรพรรดิซีซาร์ออกัสตัส ได้สั่งให้ทุกคนไปจดทะเบียนสำมะโนครัว ที่บ้านเกิดแห่งบรรพบุรุษของตน โยเซฟจึงต้องพานางมาเรียเดินทางกลับไปเมืองเบธเลเฮ็ม ซึ่งเป็นถิ่นกำเนิดของกษัตริย์ดาวิด เมื่อไปถึงก็ครบกำหนดคลอด นางได้คลอดบุตรชายหัวปี เอาผ้าอ้อมพันพระกายของพระกุมาร และวางไว้ในรางหญ้า เพราะที่พักในหมู่บ้านนั้นเต็มหมด ไม่มีห้องว่างให้พัก จึงต้องมาอยู่ในโรงนา พวกคนเลี้ยงแกะที่ทูตสวรรค์ได้ไปแจ้งข่าว ก็พากันมาเฝ้าพระกุมาร และได้เล่าเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับพระกุมาร ตามที่ทูตสวรรค์ได้บอกแก่พวกเขา

มีโหราจารย์บางคนได้เดินทาง มาจากประเทศตะวันออกเที่ยวสอบถามผู้คนว่า "กษัตริย์ของชาวยิวที่เพิ่งประสูติอยู่ที่ไหน? เราเห็นดาวนำทางของพระองค์ จึงเดินทางมาเพื่อนมัสการพระองค์" เมื่อทราบว่าอยู่ที่หมู่บ้านเบธเลเฮ็ม ก็พากันไปเฝ้าพระกุมาร และได้ถวายเครื่องบรรณาการ คือ ทองคำ กำยาน และมดยอบ แด่พระกุมาร

กษัตริย์เฮโรดได้รับสั่งให้ประหารทารกชาย อายุตั้งแต่ 2 ขวบลงมาทุกคน ทูตสวรรค์ได้แจ้งให้โยเซฟ นำพระกุมารหนีไปประเทศอียิปต์ ครั้นเมื่อสิ้นรัชกาลเฮโรด โยเซฟได้พาครอบครัวกลับมา แต่ยังหวั่นเกรงจึงไปที่แคว้นกาลิลี และตั้งถิ่นฐานอยู่ที่เมืองนาซาเร็ธ เหตุการณ์ได้เกิดขึ้น ตามคำพยากรณ์ที่ได้กล่าวถึงพระเยซูว่า "เขาจะเรียกท่านว่า ชาวเมืองนาซาเร็ธ"


คัดลอกจาก http://www.bangkokcitychurch.com/modules.php?name=Show&file=article&asid=41

วีดีโอความหมายวันคริสตมาส จาก มนตร๊ ศรไพศาล

Last Updated on Thursday, 07 May 2009 18:19
 

Add comment


Security code
Refresh

โฆษณาประชาสัมพันธ์ ธุรกิจของท่าน

 

ความเห็นของผู้อ่าน บทความต่างๆ ที่เข้ามาล่าสุด

รวมเรื่องราว ปี 2012

Other Articles