Home สาระความรู้ทั่วไป Charice Pempengcoสาวน้อยมหัศจรรย์ดังระดับโลกด้วยวัย17ปี

Visitors Counter

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday891
mod_vvisit_counterYesterday3360
mod_vvisit_counterThis week4251
mod_vvisit_counterThis month52422
mod_vvisit_counterAll (since 19Jan2009)2443397

Who's Online

We have 146 guests online

Alexa

Charice Pempengcoสาวน้อยมหัศจรรย์ดังระดับโลกด้วยวัย17ปี PDF Print E-mail
Friday, 01 May 2009 21:43
คุณรู้จัก Charice Pempengco (ชารีซ เพ็มเพ็งโค) สาวน้อยมหัศจรรย์ ผู้มีพรสวรรค์การร้องเพลงที่พระเจ้าให้มาแล้วหรือยัง
คุณลอง search ใน Google จะพบว่ามีการค้นหาชื่อ Charice ประมาณเกือบ 5 ล้านครั้ง
และนี่คือเรื่องราวของเธอ ซึ่งหลังจากนี้คุณสามารถ ค้นหาความมหัศจรรย์ของเธอได้เพิ่มเติมจาก youtube
ซึ่งจะมีคลิปให้คุณได้ชมอีกจำนวนมาก

โดยที่ บทความนี้จะได้นำไฟล์ภาพจาก YouTube มาให้ท่านผู้อ่านได้รับชมและทึ่งในความสามารถของเธอ

 

 

Charice Pempengco (ชารีซ เพ็มเพ็งโค) ชื่อเต็มคือ Charmaine Clarice Relucio Pempengco เป็นสาวน้อยชาวฟิลิปปินส์ เกิดเมื่อวันที่ 10.. 1992 ตอนนี้ก็อายุประมาณ 17 ปี

Charice sings God Bless America and One Moment in Time

(วันที่โอบามาเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ)

credit : inoorac@youtube

 

 คนทั่วโลกรู้จักเธอในชื่อ Charice โด่งดังสุดๆ ก็ตั้งแต่ปลายปี 2550 ที่ตอนนั้นเธอได้ไปออกรายการ Star King ของเกาหลี ร้องเพลง “And I Am Telling You I’m Not Going” ซึ่งเป็นเพลงประกอบหนังเรื่อง Dreamgirls (ที่ผู้หญิงผิวดำร้องแบบแหกปากๆ หน่อยหน่ะ) แล้วมีคนอัพโหลดวีดีโอเทปรายการนั้นขึ้นยูทูบว์ เท่านั้นแหละ แม่เจ้า เธอดังเป็นพลุแตก คืออารมณ์ประมาณ เหมือนดูเธอลิปซิ้งนะยะ เพราะหน้าตาของเธออกแนวเด็กๆ เอเชีย เด็กเกาหลี โนเนะ อะไรแบบเนี้ย แต่พลังเสียงของเธออลังการล้านแปด นึกว่าเปิดแผ่นซีดีต้นฉบับซะอีก

 
 

ภาพที่เราเห็นกับเสียงที่ได้ฟังมันขัดกัน มันเลยดึงอารมณ์คน ทำให้เกิดความประทับใจในความสามารถของเธอคนนี้ ไม่รู้ว่าไปขุดพลังเสียงมาจากไหน เรียกว่านักร้องดังๆ ระดับโลกหลายคนยังทำไม่ได้แบบเธอก็แล้วกัน ไม่มีหลุดคีย์ ไม่มีคำว่าร้องไม่ถึง จะเอากี่ชั้น กี่จังหวะบอกมาได้หมด ไม่รู้เธอแอบหายใจตอนไหน บางเพลง ร้องขึ้นไปจนสุดแล้ว ยังต่อได้ไปอีกหลายชั้น เรานึกว่าจะสุดแล้ว อ้าวต่อไปอีก อึ้งค่ะ บอกไม่ถูก เหมือนเธอซ่อนลำโพงแบบควบคุมได้ไว้ในคอหน่ะ แต่ที่อึ้งกันไปทั้งโลกก็คงเป็นเรื่องพลังเสียงของเธอนั่นแหละ อะไรมันจะทรงพลังขนาดนั้น

 

Charice - i will always love you

credit : purple17@youtube

หลังจากนั้นเธอก็เริ่มเดินสายเลยค่ะ บินไปอเมริกา ออกรายการแรกคือ The Ellen DeGeneres Show ที่เจ้าของรายการเป็นดาราทอมดังชื่อ Ellen DeGeneres หลายคนเห็นหน้าเธอต้องร้องอ๋อ เพราะเธอดังมาจากซิทคอม เธอเชิญชารีซไปในรายการ เพราะได้ดูคลิปในยูทูบว์นี่แหละ ชารีซก็ไปร้องโชว์ อยู่ 2 เพลง “I Will Always Love You” และ “And I Am Telling You I’m Not Going” ช่วงคริสต์มาสปี 2550 พอดี

ถัดจากนั้น 2-3 วัน ก็บินกลับไปโชว์ที่เกาหลีอีกรอบ รายการเดิมเลย  Star King ไปร้องเพลง “I Will Survive” ของ Gloria Gaynor โดยร้องคู่กับนักร้องเกาหลี Lena Park

พอ เดือนเมษายนปี 51 เธอก็บินไปอังกฤษ ตามคำเชิญของรายการ The Paul O’Grady Show ซึ่งเป็นรายการที่ดังมากในอังกฤษ แต่ที่ทำให้เธอดังเป็นพลุแตก ดังไปทั่วโลก ดังไม่บันยะบันยังก็มาจาก การที่เธอได้ไปออกรายการ The Oprah Winfrey Show ของเจ๊ Oprah Winfrey

และด้วยการสนับสนุนของ

David Foster โปรดิวเซอร์เพลงชื่อดังก้องโลก ที่เป็นป๋าดันให้ชารีซ หลังจากนั้นก็ไม่ต้องแซ่ดเลยค่ะ ว่าเธอดังยังไง พอหลังจากไปคุยกับเจ๊ป้า Oprah แล้ว ก็ได้เดินสายไปโชว์ร้องเพลงตามงานๆ เล็กๆ จนถึงระดับใหญ่ๆ ในสหรัฐฯ หลายงาน แม้แต่ในฮอลลีวู๊ด โดย David Foster จะหนีบชารีซไปด้วยแทบทุกงาน เธอได้เจอดารา นักร้องดังๆ มากมาย มารายห์ แครี่ก็เจอมาแล้ว

CHARICE MEETS MARIAH

credit : inoorac@youtube

แต่ ที่พิเศษสุดคือการที่เธอ ได้ไปออกรายการ The Oprah Winfrey Show อีกครั้ง โดยคราวนี้เจ็แกทำเป็นสกู๊ปพิเศษให้ชารีซเลย ชื่อตอนว่า “Dreams Come True” ทำให้คนทั่วโลกรู้จักเธอมากขึ้น

 

ชารีสเริ่มร้องเพลงตั้งแต่อายุได้สี่ขวบจากการฟังเพลงจากสถานีวิทยุที่แม่เปิด ทิ้งไว้เวลาทำงานบ้านแล้วก็ร้องตามวิทยุ และจากเพลงจากสถานีวิทยุนั้นเองที่ทำให้แม่ของชารีสพบว่า

ลูกสาวของตัวเองมีพรสวรรค์ทางด้านการร้องเพลงที่พระเจ้ามอบให้มา

แต่ ชีวิตของชารีสไม่ได้สวยงามเหมือนอย่างเจ้าหญิงในนิยาย เพราะครอบครัวของชาีรีสมีฐานะยากจน

ชีวิตของเธอนั้น ตอนเริ่มต้น
มันเต็มไปด้วยเรื่องราวเลวร้าย น่าหดหู่
ไม่แพ้กับเรื่องราวอื่นใดที่คุณเคยได้ยินมา

เธอเกิดเมื่อ 10 พฤษภาคม 1992
บ้านของแชริซอยู่ในย่าน Cabuyo เมือง Laguna ห่างจากกรุง Manila ใน Philipines ประมาณ 2 ชั่วโมง
เธอเคยพักอาศัยอยู่กับพ่อ แม่ที่ชื่อ Racquel และน้องชายที่ชื่อ Carl ฟังดูอบอุ่นดี แต่ไม่ใช่เช่นนั้น

แม่ของแชริซ ถูกยาย บีบบังคับให้แต่งงานกับ ชายผู้มีฐานะรวยกว่าซึ่งต่อมากลายเป็นพ่อของเด็กน้อยเสียงสวรรค์คนนี้ ทั้งที่หากแม่ของแชริซ ยังเรียนต่อ เธอจะสำเร็จการศึกษาออกมาเป็น นักออกแบบเสื้อผ้า หรือแฟชันดีไซน์เนอร์ไปแล้ว ครอบครัวก็ระหองระแหงกันมาเรื่อยๆในพฤติกรรมที่ เฮงซวย ของฝ่ายสามี

วันที่ทุกสิ่งเริ่มต้นขึ้น ก็คงเป็นวันที่ ผู้เป็นสามี เดินเข้ามาล็อกประตูบ้าน
ตรงเข้าทำร้ายร่างกายแม่ของแชริซ บีบคอ และดูเหมือนเอาปืนจ่อยิงขู่บังคับ
ด้วยเหตุอันใดสักอย่าง เมื่อเพื่อนบ้านได้ยินเสียงกรีดร้องของแชริซ
พวกเขาเลยพังประตูบ้านเข้ามาช่วย สามแม่ลูก ตัดสินใจเก็บข้าวของ
ย้ายออกจากบ้านหลังนั้น และทุกวันนี้ เธอ ก็ไม่เคยเห็นพ่อของเธอ อีกเลย
เพราะบ้านทางนั้น กีดกัน แม้แต่ค่ารักษาพยาบาลลูกชายตัวเอง ก็ยังไม่เหลียวแล

แต่เมื่อย้ายออกมาอยู่บ้านยาย แถมยังต้องออกจากงาน ที่ โรงงาน
ก็ต้องพบกับความลำบากใจในพฤติกรรมรังเกียจเดียดฉันท์
และขาดความรักหรือแม้แต่เอาใจใส่ ขนาดแค่ว่า แม่ของ แชริซ เอาเศษผ้าเก่าๆของยาย
มาเย็บเป็นชุดคอสตูมให้ใส่ไปร้องเพลงประกวดยังโดนด่าเปิงและห้ามไม่ให้ใช้ชุดที่ว่านี้
ขึ้นเวทีเด็ดขาด แต่ ในที่สุด ชุดดังกล่าว ก็ได้รางวัลเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม ในการประกวด
ร้องเพลงครั้งแรกในชีวิตของแชริซ ครั้งนั้น เธอได้ที่ 3

สามแม่ลูกจึงตัดสินใจย้ายออก มาอยู่บ้านหลังปัจจุบัน และโรงเรียนปัจจุบัน
สถานที่ ที่ทำให้เธอได้พบปะกับทั้งเพื่อนบ้าน ครู เพื่อนร่วมห้อง ซึ่งเป็น แรงบันดาลใจในการร้องเพลงของเธอ

แชริซ รู้ตัวว่าไม่สวย แต่รู้ว่าตัวเองมีความสามารถ และควรใช้ให้เป็นประโยชน์
ก็เลยตระเวณตะลุยเข้าประกวดร้องเพลงตามสถานที่ต่างๆ อาจจะได้เงินมาคราวละไม่มากนัก
แต่มันก็เพียงพอที่จะช่วยแม่ของเธอ สร้างบ้านอันพอจะอบอุ่นขึ้นมาได้

นอกจากจะไม่ชนะที่ 1 ในการประกวดอยู่เรื่อยๆ แม้ว่าจะมีแม่คอยให้กำลังใจ
แต่เรื่องร้ายดูเหมือนจะยังไม่จบ วันหนึ่ง สามแม่ลูกกลับมาบ้านแล้วพบว่า
ข้าวของเงินทองที่มีอยู่น้อยนิด กลับโดนโจรโขมย งัดเข้าบ้านมาเอาไป
เงินที่ลูกสาวหามาได้ด้วยการประกวดต่างๆ ที่จะเก็บไว้เป็นค่าใช้จ่ายในการเรียน
และเรื่องอื่นๆ...เกลี้ยง...

หลังจากนั้น สามแม่ลูก ก็ยังคงหาทางมุ่งมั่นกับการประกวดต่อไป
โดนโกงรางวัลไปต่อหน้าต่อตาก็เยอะ เจอเด็กเส้น เด็กล็อค ฯลฯ
ไม่เว้นแม้แต่รายการทีวี รายการแรกที่แชริซไปสมัคร
จนกระทั่งรายการ Little Big Star อันเป็นรายการประกวดทางทีวี ที่มีชื่อเสียงของฟิลิปปินส์
เธอโชคร้าย ถูกโหวตออกด้วยคะแนนไม่ถึง แต่จู่ๆ ไม่นานหลังจากนั้น รายการดังกล่าว
กลับติดต่อเข้ามาหาเธอเอง ให้กลับเข้าร่วมในรายการใหม่อีกครั้ง
แต่สุดท้าย ก็ได้รางวัลที่ 3 อีกอยู่ดี เธอเกือบจะถอดใจ และได้แต่เรียนไปวันๆ

13 ปี หลังจากฝันร้าย แม้เธออาจะต้องเสียน้ำตา ยามที่กลับไปยังสถานที่เดิม
แต่วันนี้ ทุกสิ่ง ก็เปลี่ยนไป

วันหนึ่ง ในปี 2007 บริษัทบันทึกเสียงแห่งหนึ่งในสตอล์กโฮล์ม สวีเดน
เห็น คลิปการแสดงของแชริซ บน Youtube โดย มือโพสต์นิรนามชื่อ FalseVocie
เอาขึ้นไปโพสต์ ทุกอย่าง ก็เริ่มเปลี่ยนไป และมันก็เป็นอย่างที่ผู้คนทั่วโลกได้ประจักษ์

. . . .


โอปรา วินฟรีย์ พูดในรายการของเธอว่า

No matter what she faced in her life,
She's never give'em up for the Dream or something better.
"ไม่ว่าชีวิตของเธอ(แชริซ) จะต้องพบเจอเรื่องราวมากมาย อย่างไร
เธอไม่เคยยอมแพ้เพื่อความฝัน หรือสิ่งที่ดีกว่า"

 

 

ด้วยความที่ครอบครัวมีฐานะค่อนข้างลำบาก แม่ของเธอต้องทำงานในโรงงานซักอบรีดวันละไม่ต่ำกว่าสิบสองชั่วโมงเพื่อหาราย ได้มาเลี้ยงดูลูก ชารีสจึงเริ่มช่วยแม่หารายได้มาเจือจุนครอบครัวด้วยการเริ่มประกวดร้องเพลง ชิงรางวัลตั้งแต่อายุ 8 ขวบ

Charice Precious Video 8 yrs old-a Diva is born!!

credit : inoorac@youtube

 

เธอมีไอดอลคือซีลีน ดิออน มารายห์ แครี่ วิทนี่ ฮุสตัน หลังจากนั้นเธอก็ร้องเพลง “My Heart Will Go On” ของ Celine Dion โดยมี David Foster มาเล่นเปียโนให้ พอช่วงท้ายรายการมีเซอร์ไพรซ์  Celine Dion มีวีดีโอลิงก์เข้ามา เชิญเธอไปขึ้นคอนเสิร์ต และเธอก็ได้ขึ้นร้องเพลงกับ Celine Dion บนเวทีคอนเสิร์ต Dion’s Taking Chances Tour ที่ Madison Square Garden โดยร้องเพลง “Because You Loved Me” โดยบอกว่าร้องให้แม่ เพราะมาก ซึ้งมาก คนดูยืนปรบมือให้ทั้งฮอลล์เลย

 

ส่วน คอนเสิร์ตอื่นๆ ที่เธอไปตะเวนแสดงมา ก็มีทั่วสหรัฐฯ และทั่วโลก ได้ร้องเพลงคู่กับนักร้องดังๆ ระดับโลกหลายคน ต้องบอกว่านอกจากพรสวรรค์ของชารีซ แล้ว เธอยังโชคดีที่มี David Foster เป็นป๋าดันให้ เพราะ David Foster นี่แหละที่เป็นคนแต่งเพลงให้นักร้องดังระดับโลกหลายคน เช่น Whitney Houston, Céline Dion, Cher, Andrea Bocelli, Chicago, Earth Wind and Fire, Chaka Khan, Barbra Streisand, Kenny Rogers, Boz Scaggs, Michael Jackson, และ Madonna เพลง “I Have Nothing” ที่ร้องโดย Whitney Houston ในปี 1992 จากภาพยนต์เรื่อง The Bodyguard ที่กลายเป็นเพลงอมตะจนถึงทุกวันนี้ เขาก็เป็นคนแต่ง การที่ David Foster ควงชารีซโชว์ร้องเพลง นี้ มีแต่ได้กับได้ เพราะส่วนใหญ่เพลงที่ชารีซร้องก็เป็นเพลงที่เขาแต่งด้วย แล้วเขาก็เหมือนมีตู้เพลงติดตัว ไม่ต้องคอยจ้างนักร้องดังๆ ที่สำคัญเสียงของชารีซเพราะเหมือนเปิดแผ่น จะเล่นซ้ำกี่รอบก็ได้คุณภาพเท่าเดิม

 

 

จาก ความสามารถส่วนตัวประกอบกับโอกาสดีๆ จากคนรอบทำให้ Charice Pempengco ประสบความสำเร็จและโด่งดังตั้งแต่อายุยังน้อย ชีวิตของเธอเหมือนละคร เธอมาจากคนธรรมดา เธอมาจากประเทศที่ห่างไกล มันเป็น Reality Show คนดูชอบรายการประเภทนี้ เหมือนพวกดันดารา The Stars AF ในบ้านเราแบบเนี๊ย คือคนเหล่านั้นเขาเป็นคนธรรมดา เดินเข้าไปแสดงความสามารถ แล้วไต่เต้าไปจนดัง คนดูเบื่อที่จะดูดารา นักร้องที่อยู่ๆ ก็โผล่มาแบบไม่มีที่มาที่ไป มันไม่ได้อารมณ์ มันต้องติดตามตั้งแต่ต้น ตั้งแต่ยังไม่มีอะไร ตั้งแต่เพิ่งเดินเข้ามา แบบนี้คนดูจะชอบมากกว่า รายการประเภท Reality โชว์ ดันคนธรรมดาให้ดัง จึงเป็นรายการที่มีคนชอบดูมากที่สุด บางคนก็ดูเพราะสนุกมีอารมณ์ร่วม บางคนก็ชอบเพราะเขาเหล่านั้นเหมือนเป็นตัวแทนพวกเรา

 

อาทิตย์ก่อนดู Susan Boyle จาก Britain’s Got Talent ทำให้นึกถึงชารีซขึ้นมาทันที สองสถานการณ์นี้มีอะไรที่คล้ายๆ กัน คือความสด คือมาจากคนธรรมดา แล้วอยู่ๆ ดังเป็นพลุแตก เพราะความสามารถล้วนๆ

 

อาทิตย์ นี้รายการทันโลก ทางทีวีไทยก็ไม่พลาดที่จะหยิบเอาเรื่องราวของ Susan Boyle มาเล่าต่อว่าหลังจากอาทิตย์ที่แล้ว ตอนนี้เธอเป็นยังไงบ้างและทำอะไรอยู่ พร้อมๆ กับอัพเดทข่าวคราวของชารีซ Charice Pempengco ได้ข่าวว่าตอนนี้ Charice Pempengco กำลังจะออกอัลบั้มของตัวเองที่อเมริกากับค่าย Warner Bros. Records  โดยคนที่เป็นโปรดิวเซอร์ให้เธอก็คือ David Foster

 

จากเรื่องราวทั้งหมดทำให้ตัวเองได้ข้อคิดมาว่า

คนที่กตัญญูต่อพ่อแม่หรือผู้มีพระคุณนั้นมักจะเจริญทุกคน

และ

คนที่ไม่ยอมท้อถอยต่ออุปสรรคก็จะประสบความสำเร็จ

 


Save
 

credit

http://blog.nadiamode.com/1335/charice-pempengco

http://www.character-z.com/?p=143

 

 

Comments  

 
0 #3 cream 2010-11-28 15:57
:lol: :lol: :lol: :lol: :D :D :D :-) :-) :-) :-) :eek: :eek: :eek:

I love you Charice ♥♥♥♥♥
Quote
 
 
0 #2 Justin 2010-08-05 12:27
ชีวิตของ Charice น่าสงสารจัง
Quote
 
 
0 #1 hanako 2010-07-10 13:23
ขอบคุณมากคะ ที่นำเรื่องราวข องคนที่หนูรักมา ลง
และก็อยากรบกวนถ ามว่า เรื่องที่แชริสจ ะมาเมืองไทย
ในวันที่ 22-23 กรกฏาคม บัตรคอนเสิร์ตเท ่าไหร่
อย่างไร พอจะหาข้อมูลนี้ ให้ได้ไหมคะ?
Quote
 

Add comment


Security code
Refresh

โฆษณาประชาสัมพันธ์ ธุรกิจของท่าน

 

ความเห็นของผู้อ่าน บทความต่างๆ ที่เข้ามาล่าสุด

รวมเรื่องราว ปี 2012

Other Articles