|
ต้องยอมรับว่าประเทศชาติของเรากำลังตกอยู่ในสภาพที่น่าเป็นห่วงจริงๆ หันมองไปทางไหนก็ดูเหมือนจะ "ตกต่ำ" และ "ย่ำแย่" ไปเกือบทุกด้าน ไม่ว่าจะด้วยเรื่องของเศรษฐกิจ ที่ดูเหมือนว่ากำลังส่งผล (พ่นพิษ) ทำให้ชีวิตผู้คนต้องดิ้นรนกันมากขึ้น การทำมาหากินและการทำมาค้าขายก็เต็มไปด้วยความยากลำบาก การท่องเที่ยว และการขายบริการของโรงแรม ร้านอาหาร และร้านค้า ต่างก็ออกมายอมรับตรงกันว่า มันฝืดเคืองกว่าแต่ก่อนจริงๆ ยิ่งในเรื่องของการการเมืองด้วยแล้ว ต้องพูดแบบฟันธงได้เลยว่า กำลังเดินหน้าไปสู่สภาวะที่มีความร้อนแรงมากขึ้นทุกวันๆ และปัญหาที่ว่านี้แม้จะเพียรพยายามแก้ไข แต่ก็ไม่ต่างอะไรไปจากวัวพันหลัก หรือลิงน้อยติดอยู่ในร่างแห ยิ่งแก้ยิ่งดูจะยุ่งเหยิงมากกว่าเดิมเรื่อยๆ เพราะเท่าที่มองเห็นและกำลังเป็นไปในสังคมไทยในขณะนี้ เมื่อเริ่มได้เปรียบ หรือขัดผลประโยชน์กัน แม้จะเคยยืนอยู่ฝั่งเดียวกัน สวมเสื้อสีเดียวกัน สังกัดอยู่พรรคเดียวกัน พวกเดียวกัน ก็เริ่มจะพูดคุยกันไม่รู้เรื่องอีกต่อไปแล้ว น่าเสียดายที่ไม่มีเวลาและหน้ากระดาษเหลือมาก พอที่จะพูดถึงเรื่องความตกต่ำและดำดิ่งลงสู่ก้นเหวของสังคมไทยในด้านศีลธรรม-จริยธรรม รวมทั้งปัญหาการลงมือเข่นฆ่ากันอย่างทารุณ (แบบรายวัน) อันเนื่องด้วยปัญหาการเลือกใช้ความรุนแรงของผู้ก่อความไม่สงบที่ภาคใต้ หรือจะในเรื่องของการฉกชิงวิ่งราว การปล้นฆ่า การค้ายาเสพติด และปัญหาการขว้างปาก้อนหินใส่รถยนต์ของคนอื่นๆ ผู้สัญจรไปมาบนท้องถนน ซึ่งมีทั้งแบบเจตนาจะฉกทรัพย์ หรือทำไปเพื่อหวังจะได้ตกเป็นข่าว ซึ่งเป็นการกระทำที่เลวทรามต่ำช้าจริงๆ พอกันกับพวกนักซิ่ง นักบิด ทั้งหลายที่มักจะใช้ถนนมาเป็นที่ประลองความเร็วกัน ด้วยเหตุนี้คริสตชนไทยซึ่งต่างก็มีใจรักและหวังดีกับประเทศชาติ (เช่นเดียวกันกับพี่น้องคนไทยอื่นๆ) จึงใคร่ขอแสดงจุดยืนต่อพี่น้องเพื่อนร่วมชาติว่า คริสตชนไทยไม่สบายใจ และไม่ได้นิ่งนอนใจ เพราะเราไม่อยากจะเห็นประเทศไทยต้องมีสภาพความเป็นไปในแบบที่ว่ามานั้นกัน ต่อไปอีกแล้ว แต่เราอยากจะเห็นบ้านนี้ เมืองนี้ สังคมนี้ และประเทศนี้ได้รับการ "พลิกฟื้นกลับคืนสู่สภาพดี" เราอยากจะเห็นเพื่อนพี่น้องคนไทยทุกเชื้อชาติ ทุกหมู่เหล่า และทุกเผ่าพันธุ์ได้มีชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างผาสุก เราอยากจะเห็นทุกๆคนในประเทศไทยได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความปลอดภัย ปลอดโรค ปลอดจากการถูกเอารัดเอาเปรียบ และถูกกระทำย่ำยีอย่าง”ไม่เป็นธรรม" และ "ไร้ความเมตตา"กันอีกต่อไปจริงๆ ดังนั้นใน ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม ไปจนถึงวันที่ 9 พฤศจิกายน ศกนี้ คริสตชนไทยทุกคริสตจักร ทุกคณะนิกาย จึงมีความตั้งใจที่จะร่วมกันอธิษฐานวิงวอนขอพรเพื่อประเทศไทยได้"พลิกฟื้น กลับคืนสู่สภาพดี" และในตลอดเวลา 40 วันแห่งการอธิษฐานร่วมกัน (ในระดับประเทศ) ครั้งนี้ ด้วยเรามีความเชื่อมั่นว่า นั่นเป็นภาระหน้าที่ และเป็นความรับผิดชอบที่พระเจ้าทรงมอบไว้ให้เราได้กระทำ ดังที่พระคัมภีร์มีเขียนไว้ว่า "และเราก็แสวงหาสักคนหนึ่งในพวกเขา ซึ่งจะสร้างกำแพงและยืนอยู่ในช่องโหว่ต่อหน้าเราเพื่อแผ่นดินนั้น..." (เอเสเคียล 22:30) และเรามีความเชื่อมั่นว่าพระเจ้าจะเมตตาประทานการอวยพระพรของพระองค์มาเหนือประเทศไทย และ "การพลิกฟื้นกลับคืนสู่สภาพดี" และ"การเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี" จะได้กลับคืนมายังแผ่นดินนี้อีกครั้งหนึ่งแน่ๆเลย เพราะเราได้ เคยเห็นคนของพระเจ้าที่ได้เฝ้าวิงวอนต่อพระเจ้า ในหลายๆครั้งด้วยกัน เช่น ในยุคสมัยของกษัตริย์เยโฮชาฟัทแห่งอาณาจักรยูดาห์ เมื่อเขาเจอกับวิกฤตของชาติ (ขนาดใหญ่) เพราะได้มีกองทัพศัตรูมารุกราน เขาก็ได้รวบรวมคนในชาติมาอดอาหารและอธิษฐานแสวงหาพระเจ้า และพระเจ้าก็ทรงทำการอัศจรรย์ ศัตรูได้ถูกทำลายลงอย่างราบคาบ โดยฝีพระหัตถ์ของพระเจ้าเอง (2 พงศาวดาร บทที่ 20) หรือดังที่เขียนไว้ใน (สดุดี 80:3, 7, 19) ที่เขาเหล่านี้ได้ทูลขอต่อพระเจ้า ได้โปรดช่วยเขาให้กลับสู่สภาพดี พร้อมกับขอให้มีพระพักตร์ของพระองค์ทรงทอแสงมายังพวกเขา และเพื่อความรอดจะได้มีขึ้นในท่ามกลางพวกเขาอีกด้วย และในที่สุดพระเจ้าก็ได้ทรงโปรดที่จะฟังคำร่ำร้องทูลขอของพวกเขา ดังที่ว่า "เมื่อพระเจ้าทรงให้ศิโยนกลับสู่สภาพดี เราก็เป็นเหมือนคนที่ฝันไป" (สดุดี 126:1) นั่นหมายความว่า เมื่อพระเจ้าได้ลงมือกระทำการ นอกจากทุกอย่างจะเปลี่ยนแปลงใหม่ และเป็นไปได้อย่าง "ง่ายดาย" และ "เหลือเชื่อ" แล้ว ยังสำเร็จในเวลาที่ "รวดเร็ว" อีกต่างหาก ละนั่นคือสิ่งที่คริสตชนไทยอยากจะเห็นเกิดขึ้นกับประเทศไทยในเร็ววันนี้จริงๆ ขอพระเจ้าอวยพระพร ที่มา : นิตยสารโลกวันนี้วันสุข ปีที่ 5 ฉบับที่ 225 วันที่ 19-25 กันยายน พ.ศ. 2552 หน้า 25 คอลัมน์ พระวจนธรรม โดย ศจ.สมเกียรติ วรรณศรี
|