|
มอรมอน (Mormon) เป็นอีกชื่อหนึ่งซึ่งผู้คนทั่วไปรู้จักของศาสนาคริสต์ สายของ ศาสนาจักรของพระเยซูคริสต์แห่งสิทธิชนยุคสุดท้าย สำนักงานใหญ่ของศาสนาจักรของพระเยซูคริสต์แห่งสิทธิชนยุคสุดท้าย ตั้งอยู่ที่มลรัฐยูทาห์ประเทศสหรัฐอเมริกา ส่วนคำว่า มอรมอน เป็นชื่อเล่นอีกชื่อหนึ่งซึ่งผู้คนมักจะเรียกชาวมอรมอน ซึ่งชื่อนี้มาจาก ชื่อของพระคัมภีร์สำคัญเล่มหนึ่ง ที่มีชื่อว่าพระคัมภีร์มอรมอนซึ่งเป็นพันธสัญญาอีกเล่มหนึ่งของพระเยซูคริสต์ จึงเป็นที่มาของผู้คนทั่วไปที่ได้รู้จักกับชาวมอรมอน จึงได้เรียกสิทธิชนยุคสุดท้าย ว่าชาวมอรมอนนั่นเอง ส่วนมากคนที่เป็นสมาชิกของศาสนาจักรของพระเยซูคริสต์แห่งสิทธิชนยุคสุดท้าย พวกเขาจะเรียกตัวเองว่า สิทธิชนยุคสุดท้าย หรือว่า ชาวมอรมอน จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%99 ประวัติผู้นำคนสำคัญและการก่อตั้ง
1. โจเซฟ สมิธ ผู้ก่อตั้งลัทธิมอร์มอน เกิดในปีคริสตศักราช 1805 ที่เมืองเวอร์มอนต์ ประเทศสหรัฐอเมริกา พื้นฐานครอบครัวอยู่ในสภาพค่อนข้างไม่ดี ไม่รู้หนังสือ สมิธไม่มีโอกาสรับการศึกษา แต่สนใจเรื่องศาสนามาก เมื่ออายุ 15 ปี อ้างว่าได้รับนิมิต มีพระบิดาและพระเยซูมาสำแดงบอกเขาไม่ให้เข้าร่วมกับคริสตจักรใดๆ เพราะพระเจ้าจะใช้เขาก่อตั้งคริสตจักรที่แท้จริงในโลกนี้ เมื่ออายุ 18 อ้างว่าทูตสวรรค์ชื่อมอโรนี่มาบอกให้เขาไปที่ภูเขาแห่งหนึ่งมีหีบหินฝังอยู่ภายในมีหีบแผ่นทองคำบันทึกเรื่องราวการก่อกำเนิดของอเมริกา และความจริงของพระเจ้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยอย่างสมบูรณ์ในพระคัมภีร์ พร้อมทั้งมีแว่นวิเศษที่ช่วยให้อ่านภาษาในแผ่นทองคำได้ ปีคริสตศักราช 1829 เขาอ้างว่าได้แปลคำสอนในแผ่นทองคำสำเร็จแล้ว พิมพ์เป็นหนังสือชื่อว่า “มอร์มอน” และในปีเดียวกันนี้เขาอ้างว่า ยอห์น บัพติศโต มาสำแดง และตั้งเขาเป็นมหาปุโรหิตแบบอาโรน อีก 10 วัน ก็มีอัครสาวกเปโตร ยอห์น และยากอบมาสำแดง และสถาปนาเขาให้อยู่ในกลุ่มอัครสาวก เป็นผู้รับสืบทอดอำนาจของอัครสาวก ปีคริสตศักราช 1830 วันที่ 6 เดือนเมษายน เขากับผู้ติดตามอีก 5 คน ได้ก่อตั้งคริสตจักรมอร์มอนขึ้นที่นิวยอร์กเป็นแห่งแรก เขาถูกต่อต้านอย่างมากจนต้องย้ายไปหลายรัฐในอเมริกา จนกระทั่งปีคริสตศักราช 1844 ถูกจับพร้อมกับน้องชายที่อิลลินอย และวันที่ 27 เดือนมิถุนายน ถูกคนกลุ่มหนึ่งลอบฆ่าตาย โจเซฟ มีภรรยา 48 คน และลูกชายหญิงหลายสิบคนก่อนจะเสียชีวิตลง 2. บริแกม ยัง เป็นผู้นำคนสำคัญที่ทำให้ลัทธิมอร์มอนมีพื้นฐานที่มั่นคง และเจริญเติบโตจนถึงทุกวันนี้ เขาเป็นผู้นำสมาชิกของมอร์มอนไปยังยูท่าห์ และพัฒนาดินแดนส่วนนี้สร้างเป็นเมืองของมอร์มอน มีคริสตจักรที่ใหญ่โตสวยงาม ต่อมาได้รับการแต่งตั้งจากทางการให้เป็นผู้ว่าราชการรัฐยูท่าห์ ซึ่งเป็นโอกาสทองที่เขาได้สร้างอิทธิพล และวางรากฐานของมอร์มอนในรัฐนี้ และมีผลจนถึงทุกวันนี้ เมื่อบริแกม ยัง จากโลกนี้ไป เขาได้ทิ้งสมบัติไว้ 20 กว่าล้านเหรียญสหรัฐฯ และภรรยา 25 คน ลูกชายและหญิง 56 คน ข้อมูลเพิ่มเติม
ในศาสนาจักรของพระเยซูคริสต์แห่งสิทธิชนยุคสุดท้าย มีพระคัมภีร์ประกอบไปด้วยกันสี่เล่มครับ ซึ่งสิ่งเหล่าวนี้เรียกว่างานมาตรฐานในศาสนาจักรครับ คือ
1. พระคัมภีร์ไบเบิล (ทั้งภาคเก่าและใหม่รวมกันในศาสนาจักรเราถือว่าเป็นเล่มเดียวครับ ที่ท่านเรียกว่า66เล่ม) 2. พระคัมภีร์มอรมอน 3. คำสอนพันธสัญญา 4. ไข่มุกอันล้ำค่า ( ซึ่ง สามกับสี่ อยู่ในเล่มเดียวกัน) 5. รวมถึงคำพูดของศาสดาที่มีชีวิตอยู่ หลักความเชื่อเกี่ยวกับความเชื่อแห่งความเชื่อของทางศาสนาจักรทั้งสิบสามข้อ
1. เชื่อในพระผู้เป็นเจ้า พระบิดาผู้สถิตนิรันดร์ และในพระบุตรของพระองค์ พระเยซูคริสต์ และในพระวิญญาณบริสุทธิ์
2. เชื่อว่ามนุษย์จะได้รับโทษเพราะบาปของตน และมิใช่เพราะการล่วงละเมิดของแอดัม
3. เชื่อว่าโดยทางการชดใช้ของพระคริสต์ มนุษยชาติทั้งมวลจะรอดโดยการปฏิบัติตามกฎและพิธีการแห่งพระกิตติคุณ
4. เชื่อว่าหลักธรรมและพิธีการเบื้องต้นแห่งพระกิตติคุณคือ: หนึ่ง ศรัทธาในพระเจ้าพระเยซูคริสต์ สอง การกลับใจ สาม บัพติศมา โดยลงไปในน้ำทั้งตัวเพื่อการปลดบาป สี่ การปรกมือเพื่อของประทานแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์
5. เชื่อว่ามนุษย์ต้องได้รับการเรียกจากพระผู้เป็นเจ้า โดยการพยากรณ์ และโดยการปรกมือ โดยผู้มีอำนาจ เพื่อให้สอนพระกิตติคุณและปฏิบัติพิธีการตามนั้น
6. เชื่อในการจัดวางระเบียบงานอย่างเดียวกับที่มีอยู่ในศาสนาจักรสมัยโบราณ นั่นคือ อัครสาวก ศาสดา ศิษยาภิบาล ผู้สอน ผู้ประสาทพร และอื่นๆ
7. เชื่อในของประทานแห่งการพูดภาษา การพยากรณ์ การเปิดเผย ภาพที่มาให้เห็น การรักษา การแปลภาษาและอื่นๆ
8. เชื่อว่าพระคัมภีร์ไบเบิลเป็นคำของพระผู้เป็นเจ้าตราบที่แปลมันถูกต้อง เราเชื่อด้วยว่าพระคัมภีร์มอรมอนเป็นคำของพระผู้เป็นเจ้า
9. เชื่อทั้งหมดที่พระผู้เป็นเจ้าทรงเปิดเผยมา ทั้งหมดที่พระองค์ทรงเปิดเผยขณะนี้และเราเชื่อว่าพระองค์จะยังทรงเปิดเผยเรื่องสำคัญ และยิ่งใหญ่อีกหลายเรื่องเกี่ยวกับ อาณาจักรของพระผู้เป็นเจ้า
10. เชื่อในการรวมกันจริงๆของเชื้อสายอิสราเอล และในการกลับคืนมาของคนสิบเผ่าและว่าไซอันจะถูกสร้างบนทวีป(อเมริกา)นี้ ว่าพระคริสต์จะทรงครองแผ่นดินโลกเอง และว่าแผ่นดินโลกจะถูกทำใหม่และได้รับรัศมีภาพแห่งรมดีของมัน
11. เราถือสิทธิ์แห่งการนมัสการพระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพตามการบอกของความรู้สึกผิดชอบของเราเอง และยอมให้คนทั้งปวงมีสิทธิ์เช่นเดียวกัน ให้เขานมัสการอย่างใด ที่ใด หรือสิ่งใดที่เขาจะนมัสการ
12. เชื่อในการขึ้นอยู่กับกษัตริย์ ประธานาธิบดี ผู้ปกครอง และผู้พิพากษา ในการทำตาม การยกย่อง และการสนับสนุนกฎหมาย
13. เชื่อในการเป็นคนซื่อสัตย์ จริง บริสุทธิ์ มีเมตตา มีคุณธรรม และในการทำความดีต่อมนุษย์ทั้งปวง โดยแท้แล้วเราจะกล่าวว่าเราดำเนินตามคำแนะนำของพอล-เราเชื่อทุกสิ่ง เราหวังทุกสิ่งเราอดทนมาแล้วหลายสิ่ง และหวังที่จะสามารถอดทนได้ทุกสิ่งหากมีสิ่งใดที่เป็นคุณธรรมงดงาม หรือจากรายงานดี หรือควรสรรเสริญเราแสวงหาสิ่งเหล่านี้ ข้อคิด
1. ศาสนศาสตร์มอร์มอนเดินตรงกันข้ามกับหลักคำสอนของพระคัมภีร์คริสเตียน 2. ลัทธิมอร์มอนได้วางข้อเขียนของสมิธไว้สูงกว่าพระคริสตธรรมคัมภีร์ เช่นข้อความตอนใดในพระคัมภีร์ที่แย้งกับหลักคำสอนของมอร์มอนพระธรรมตอนนั้นแปลผิด 3. มอร์มอนเน้นความชอบธรรมโดยความเชื่อ และบวกกับการประพฤติ ความรอดเป็นขบวนการที่ต่อเนื่องเพื่อเลื่อนขึ้นสูงจนเป็นพระเจ้า 4. มอร์มอนมักจะยกข้อพระคัมภีร์เฉพาะตอนที่สนับสนุนความเชื่อของตน และปฏิเสธพูดถึงตอนอื่นเพราะขาดความเข้าใจในพระคัมภีร์จริง 5. คณะมอร์มอน เติบโตอย่างเร็วเพราะผลประโยชน์มากมาย เช่นความมั่นคงทางสังคม ความช่วยเหลือแก่สมาชิกจากคริสตจักร การยกเว้นการเกณฑ์ทหาร
|