|
สรุปหนังสือ “นมัสการพระเยซูอย่างไร?” โดย โจเซฟ เอส แคโรลล์ |
|
|
|
|
Wednesday, 11 March 2009 19:24 |
|
บทความนี้ผู้เขียนได้สรุปจากเนื้อหาที่ได้จาก หนังสือ “นมัสการพระเยซูอย่างไร?” โดย โจเซฟ เอส แคโรลล์
ออสวอลด์ แชมเบอร์ส กล่าวว่า “การนมัสการพระเจ้าเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการทำให้สุขภาพฝ่ายวิญญาณสมบูรณ์แข็งแรงที่สุด ถ้าท่านไม่ได้นมัสการพระเจ้า เมื่อท่านเข้าไปมีส่วนในงานใดงานหนึ่ง นอกจากตัวท่านจะไม่เป็นประโยชน์ต่องานนั้นแล้ว ท่านยังเป็นปัญหาอย่างมากต่อคนที่ร่วมงานกับท่านด้วย” การนมัสการพระเจ้าอยู่บนพื้นฐานแห่งพระที่นั่งกรุณาซึ่งประพรมด้วยเลือด นั่นคือเป็นการพึ่งพาพระเมตตากรุณาของพระบิดาเจ้า และพึ่งในพระโลหิตแห่งการไถ่ของพระเยซูคริสต์ เราจำเป็นต้องมีเวลาอยู่กับพระเจ้าตามลำพังในที่ลับตา ซึ่งขึ้นอยู่กับการตัดสินใจที่จะเลือกและความตั้งใจที่จะทำของเรา ชีวิตของมารีย์เป็นตัวอย่างของการเลือกที่จะมีเวลาอยู่กับพระเจ้า เพราะแท้ที่จริงแล้วเราถูกสร้างขึ้นเพื่อนมัสการพระเยซู เราถูกสร้างขึ้นเพื่อพระองค์และเป็นของพระองค์ และเพื่อพระองค์จะพอพระทัยในเรา สิ่งนี้จึงเรียกร้องวินัยในชีวิต เรียกร้องการปฏิเสธตนเอง เรียกร้องการตายต่อเนื้อหนัง เรียกร้องทุกสิ่งจากชีวิตของเราที่อาจนำเราหันเหไปจากการนมัสการพระเจ้า ในขณะเมื่อพระเจ้ากำลังรับการนมัสการจากเรานั้น ก็เป็นเวลาที่พระองค์เองทรงสำแดงการทรงสถิตของพระองค์แก่เรา เราจึงต้องมีท่าทีแห่งการนมัสการด้วยการยอมจำนนอย่างสิ้นเชิงและถวายเกียรติแด่พระเจ้า เฉกเช่นผู้อาวุโส 24 คนที่กล่าวในวิวรณ์ 4:10-11 ว่าได้ทรุดตัวลง และถอดมงกุฎวางไว้ที่พระบาทของพระองค์ เพื่อแสดงการยอมรับว่าพระองค์เพียงผู้เดียวเท่านั้นที่สมควรรับการยกย่องสรรเสริญ การนมัสการไม่เพียงแต่ว่าเราจะมีท่าทีของการยอมจำนนและถวายเกียติแด่พระเจ้าเท่านั้น แต่เราต้องนมัสการพระองค์ด้วยใจที่ถวายทั้งหมดให้กับพระเจ้า และต้องมีใจที่สะอาด นั่นคือเป็นการถวายทั้งความคิด ความรู้สึก ความตั้งใจ อับราฮัมเป็นตัวอย่างของการยอมจำนนใจ ยอมจำนนความคิด ความรู้สึก และความตั้งใจเพื่อทำตามน้ำพระทัยพระเจ้า นี่เป็นการทดสอบใจของอับราฮัม และเป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับเราด้วย เราต้องยอมมอบกุญแจของหัวใจทุกดอกให้กับพระเจ้า แม้เป็นกุญแจดอกเล็กๆ เพียงดอกเดียว เป็นห้องเล็กๆ ในใจของเรา เพราะถ้าพระเจ้าไม่ได้เป็นพระเจ้าของเราทั้งหมดล่ะก็ พระองค์ก็ไม่ได้เป็นพระเจ้าของเราเลย ยิ่งเรานมัสการพระองค์ เราก็จะยิ่งรักพระองค์ และสำแดงความรักที่มีต่อพระองค์ในการปรนนิบัติรับใช้ผู้อื่นด้วยความตั้งใจ และเราก็ยิ่งมีใจปรารถนาที่จะนมัสการและปรนนิบัติรับใช้พระองค์มากยิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ ดังนั้นการนมัสการพระเจ้าจึงสำคัญเป็นอันดับแรก แล้วจึงตามมาด้วยการรับใช้ อุปสรรคในการนมัสการพระเจ้าของเราอาจเป็นใจที่ไม่ยอมจำนนต่อพระเจ้า บาปที่ไม่ได้สารภาพ ท่าทีที่ผิดต่อพระเจ้า ต่อพี่น้องคริสเตียน หรือต่อเพื่อนมนุษย์ หรือการขัดขวางของศัตรู หรือความเหน็ดเหนื่อยทางกาย หรือความไม่เชื่อ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องพึ่งพาพระวิญญาณบริสุทธิ์ให้ทรงช่วยเราในการเอาชนะอุปสรรคเหล่านี้
ขอบคุณพี่โต ผู้สรุป
|
|
Last Updated on Monday, 11 May 2009 14:22 |