สนามฟุตบอลในร่ม ได้รับความนิยมในขณะนี้ ไม่เฉพาะในเมืองกรุงเท่านั้น แต่หัวเมืองอีสานอย่างขอนแก่น ก็นิยมไม่น้อย

sanamyateem

สนามหญ้าเทียม หรือ “สนามฟุตบอลในร่ม” ได้รับความนิยมในขณะนี้ ไม่เฉพาะในเมืองกรุงเท่านั้น แต่หัวเมืองอีสานอย่างขอนแก่น ก็ได้รับความนิยมไม่น้อย

หลังจากกระแสความนิยมฟุตบอลในเมืองไทยเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะฟุตบอลพรีเมียร์ลีกของไทย ที่แต่ละจังหวัดมีสโมสรฟุตบอลเป็นของตนเอง ทำให้แต่ละจังหวัด มีคนสนใจเล่นกีฬาประเภทนี้กันเพิ่มมากขึ้น จนกลายเป็นกระแส “ฟุตบอลฟีเว่อร์”

และเพราะกระแสฟีเว่อร์นี่เอง ทำให้ธุรกิจทำสนามฟุตบอลในร่มเพื่อให้เช่า ผุดขึ้นราวกับดอกเห็ด โดยเฉพาะในจังหวัดใหญ่ๆ เรียกได้ว่า มีเท่าไรก็ไม่พอกับความต้องการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ทีมสโมสรขอนแก่นเอฟซี” หรือไดโนพิฆาต ก็เป็นอีกแรงผลักดันหนึ่ง ที่ทำให้คนสนใจเล่นกีฬาฟุตบอลในขอนแก่นเพิ่มมากขึ้น ทำให้สนามที่มีอยู่ไม่เพียงพอ แม้ว่าจะมีอยู่ไม่ต่ำกว่า 10 แห่งก็ตาม

และหนึ่งในนั้นที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ “SOCCER CUBE” สนามฟุตบอลในร่มแห่งแรกของเมืองนี้

“พารณ ธีรภานุ” หนุ่มวัย 31 ปี เป็นหุ้นส่วนใหญ่ของ SOCCER CUBE และเป็นคนแรกที่นำเทรนด์นี้เข้ามาในจังหวัด และส่วนตัวเขาเองก็เป็นคนชอบเล่นกีฬาฟุตบอลอีกด้วย

“ตอนไปกรุงเทพฯ ผมได้ไปเจอสนามฟุตบอลหญ้าเทียมที่กรุงเทพฯ ซึ่งตอนนั้น ทำให้ค้นพบว่ากิจการนี้เป็นกิจการที่น่าสนใจมาก และผมรอมานาน น่าจะเป็นธุรกิจที่เหมาะกับเรา จึงได้ตัดสินใจมาชวนเพื่อนทำและมาเปิดที่ขอนแก่นเป็นครั้งแรก เมื่อปี 2552 ซึ่งก็ได้รับกระแสตอบรับจากชาวขอนแก่นมาก ทำให้ 2 ปีที่ผ่านมา เรามี 2 สาขาแล้ว” พารณ เล่าให้ฟังถึงแรงบันดาลใจที่ทำให้เขาหันมาจับธุรกิจนี้

เขาบอกว่าเริ่มต้น ได้ลงขันกับเพื่อนทั้งหมด 10 หุ้น ซึ่งเขาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ สร้างสนามขึ้นมาที่บริเวณใกล้กับมหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยใช้เงินลงทุนกว่า 6 ล้านบาท โดยเงินส่วนใหญ่จะหมดไปกับการจัดแต่งสถานที่และการซื้อหญ้าเทียม ซึ่งราคาหญ้าเทียมที่นำมาใช้ตกประมาณ 1 ล้านบาทต่อการทำ 1 สนาม โดยสนามของเขานั้นทำขนาดเล่นได้ไม่เกินทีมละ 7 คน หรือ รวมแล้วประมาณ 14 คน

ซึ่งหลังจากเขาและเพื่อนได้ตัดสินใจทำสนามแล้วเสร็จ กระแสฟุตบอลฟีเว่อร์ก็เข้ามา ทำให้มีคนสนใจมาเช่าสนามและเล่นเพิ่มขึ้น โดยคนที่เคยเข้ามาใช้บริการเกิดติดใจ ก็จะชักชวนเพื่อนๆ มาลองใช้บริการ จนทำให้ทุกวันนี้ มีผู้มาใช้บริการอย่างคับคั่ง โดยเฉพาะนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น และกลุ่มเยาวชนและประชาชนในจังหวัดขอนแก่น

สำหรับค่าบริการนั้น เบื้องต้นเขาไม่ได้กำหนดราคา เพราะไม่รู้ว่าน่าจะคิดค่าบริการเท่าไร แต่ใช้วิธีคุยกับผู้มาใช้บริการว่า ราคาเท่าไรจึงจะเหมาะสม และจ่ายได้ ซึ่งทุกคนบอกว่า ยอมรับได้ในราคาชั่วโมงละไม่เกิน 800-900 บาท โดยหากชวนเพื่อนมาเล่น 7 คน ก็จะตกคนละ 100 บาท หรือหากมามากกว่านั้นก็จะตกประมาณคนละ 40-50 บาทเท่านั้นเอง จากนั้นจึงได้ตกลงเอาราคานี้ แต่มีโปรโมชั่นพิเศษ หากมาก่อนเวลา “ไพร์มไทม์” ที่คนนิยมมาเล่น คือ ก่อนเวลา 17.00 น. ก็จะลดค่าสนามให้ โดยคิดเพียงชั่วโมงละ 500 บาทเท่านั้น

และเพราะการตั้งราคาตามใจคนเล่นนี่แหละ ที่ทำให้สนามของเขา มีรายได้ต่อวันไม่ต่ำกว่าวันละ 6,000-10,000 บาท ซึ่งรายได้ทั้งหมดจนถึงวันนี้ เขาบอกว่า คืนทุนแล้ว

“ในมุมมองของผมการทำธุรกิจนี้เป็นเพียงแค่เป็นธุรกิจที่ดังตามกระแส และพอหมดกระแสก็จะหายไป แต่เพราะใจรักในกีฬาฟุตบอล และอยากให้คนที่ชอบเล่นฟุตบอลใน จังหวัดขอนแก่น ได้เล่นฟุตบอลในสนามที่มาตรฐาน และได้สัมผัสกับสิ่งใหม่ๆ ในการเล่นฟุตบอลจึงตัดสินใจทำสนามขึ้นมา และในอนาคตจะสนามนี้จะได้รับความสนใจหรือไม่ ไม่ใช่เรื่องสำคัญ เพราะอย่างน้อยผมกับเพื่อนก็เล่น และหากมีคนใจเดียวกับเรามาเล่นก็จะดีไม่น้อย” พารณบอก

สำหรับคู่แข่งทางธุรกิจนั้น พารณ บอกว่า ไม่มีปัญหาเพราะตอนนี้ที่ลงทุนไปได้คืนทุนกลับมา และหากมีรายอื่นเพิ่มขึ้นมาอีกเรื่อยๆ ก็ยิ่งดีเพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้บริโภคเข้ามาใช้สนาม และเล่นกีฬา ออกกำลังกายมากขึ้น เพราะสนามฟุตบอลเทียมนั้น สามารถเล่นได้ทุกฤดู ทุกเวลา ฝนตก แดดออก ไม่ต้องกลัว เพราะสนามมีหลังคา มีร่มเอาไว้ป้องกันได้ทุกอย่าง และหากมีการแข่งขันสูงขึ้น เขาเองอาจจะใช้กลยุทธ์ “ลดราคาสู้” ก็ได้

แต่จุดเด่น SOCCER CUBE ที่เขาทำอยู่นั้น เขาบอกว่า คือ หญ้าเทียมที่เป็นตัวเอกในสนามของเขา ที่ทำมาจากพลาสติก มีความนุ่มที่เสมือนจริง ดูแลความสะอาดง่าย ไม่ต้องรดน้ำให้เปียกนอกจากฝนจะตก เพียงแค่ใช้ไม้กวาดกวาดเศษขยะเท่านั้น ทั้งนี้ บริษัทที่เขาได้เซ็นสัญญานั้นจะนำรถมาทำความสะอาดให้ 6 เดือนต่อครั้งจนกว่าจะครบ 2 ปี หลังจากนั้น อาจจะต้องจ้างมาทำเป็นครั้งคราว

ในขณะที่เพื่อนร่วมหุ้นอีกคนของ SOCCER CUBE อย่าง พุทธพงศ์ พุทธวิบูลย์ นักธุรกิจหนุ่มวัย 26 ปี ผู้บริหาร SOCCER CUBE อีกคน บอกว่า ตอนแรกที่จะเปิดสนามหญ้าเทียมนี้ขึ้น เขาเพิ่งเรียนจบมาใหม่ๆ เมื่อเพื่อนสนใจจะทำก็มีความสนใจเช่นกัน เพราะเขาเองก็ชื่นชอบกีฬาฟุตบอลเป็นชีวิตจิตใจอยู่แล้ว จึงมาร่วมหุ้นกับเพื่อนเปิดสนามนี้ขึ้นมา โดยตอนนี้เขาทำหน้าที่เป็นผู้จัดการ ซึ่งจะทำหน้าที่จัดคิวในการเล่นของลูกค้าที่มาเล่น และจองคิวเอาไว้ ซึ่งตั้งแต่เปิดสนามมามีลูกค้าเข้ามาใช้บริการเกือบ 20 ชั่วโมงต่อวัน โดยเวลาที่เป็นที่นิยมมากที่สุด ก็คงไม่พ้นเวลา 18.00-22.00 น.

“เชื่อมั่นว่ากระแสฟุตบอลในขอนแก่นจะไม่ตกลงมาง่ายๆ เพราะตอนนี้ขอนแก่นเอฟซีก็ยังอยู่ในกระแสของประชาชาวขอนแก่นอยู่ นอกจากนี้ ยังมีคนที่ชอบการเล่นสนามหญ้าเทียมอยู่อย่างต่อเนื่อง จึงไม่ได้กังวลในเรื่องนี้มากนัก” หุ้นส่วนหนุ่มบอก

ผลพวงจากกระแสฟุตบอลฟีเว่อร์ ทำให้ไม่เพียงแต่ SOCCER CUBE ได้รับอานิสงส์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงสนามฟุตบอลในร่มอีกหลายแห่ง ยังคงได้รับความนิยมตามไปด้วย


ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ http://www.bangkokbiznews.com