ในปัจจุบันความรู้และข้อมูลเกี่ยวกับพระวิหารหลังที่สองในปัจจุบันนั้นมีน้อยมาก เหตุการณ์อันระทึกใจเล่านั้นเกิดขึ้นเมื่อกษัตริย์ของ Seleucid ที่มีพระนามว่า Antiochus IV Epiphanes มีพระบัญชาออกคำสั่งต่อต้านการปฏิบัติตามหลักข้อเชื่อของยิว ทั้งในยูเดีย และ ที่อื่นๆ การกระทำเหล่านี่นำไปสู่การปฏิวัติ Hasmonean และเป็นจุดที่ทำให้Judas Maccabeus ได้ครอบครอง ชำระล้าง และทำพิธีถวายพระวิหารอีกครังหนึ่งในวันที่ 25 เดือน Kislev ปี 164 BCE.

herodstempleillustration

Herod’s Temple

เมื่อกษัตริย์เฮโรดก้าวเข้ามาสู่อำนาจ และเป็นกษัตรแห่งยูเดีย พระองค์ทรงตัดสินพระทัยที่จะขยายอาณาเขตของเนินเขาพระวิหาร รวมถึงถึงตัวอาคารพระวิหารด้วย ลองดูในภาพประกอบจากคัมภีร์โบราณของยิว ในหนังสือ 15 บทที่ 11 ข้อ 382-387

โครงการก่อสร้างขนาดมหึมา ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์แห่งดินแดนอิสราเอลและของโลกนี้ ประกอบด้วยองค์ประกอบหลัก หลายประการ เช่น การสร้างพระวิหารใหม่แทนที่อันเดินที่ถูกสร้างขึ้นโดยกลุ่มผู้เดินทางกลับ ถิ่น การขยายอาณาบริเวณของเนินเขาพระวิหารให้มีพื้นที่ยาว 480 เมตร และกว้าง 280เมตร การสร้างเฉลียงกษัตริย์ (Royal Stoa) การออกแบบต่อเติมและสร้างบริเวณเนินเขาพระวิหารทั้งหมดใหม่ซึ่งรวมถึง ประตูทางเข้า ขั้นบันได ท้องถนน ระบบระบายน้ำ plaza สาธารณะ และ ที่ทำพิธีชำระล้างตัวขนาดใหญ่สำหรับผู้ที่เข้ามานมัสการก่อนที่จะเข้ามาในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์

templediagram

ในหนังสือ Josepus บรรยายไว้ว่า เฮโรดได้ใช้เวลาสร้างกำแพงล้อมรอบพระวิหารถึงแปดปี (8 ปี) ส่วนตัวพระวิหารใช้เวลาหนึ่งปีกับอีกห้าเดือน (1 ปี ห้าเดือน) คนงานหลายเหมือนคนถูกว่าจ้างและรถเข็นปูนหลายคันถูกนำมาขนย้ายอิฐและวัสดุก่อ สร้างอื่นๆที่แสดงถึงมาตรฐานการก่อสร้างที่เป็นที่ยอมรับตามมาตรฐาน

เฮโรดได้สร้างเฉลียงกษัตริย์ (Royal Stoa) ขึ้นจรดด้านในสุดของกำแพงใต้ของพระวิหาร (ปัจจุบันตั้งอยู่ในAlaqsa Mosque) ในปัจจุบันไม่มีสิ่งก่อสร้างเหล่านี้หลงเหลืออยู่อีกแล้ว เพาระถูกกองกำลังทหารโรมรื้อถอนและทำลายในเวลาเดียวกับเยรูซาเล็ม แต่มันได้ถูกบรรยายไว้ว่าเป็นสิ่งก่อสร้างที่งดงามที่สุดที่เคยมีมาในแผ่นดินอิสราเอล และใหญ่ที่สุดในยุคสมัยนั้น (แหล่งที่มาจาก คัมภีร์ยิวโบราณ หนังสือ Josephus เล่มที่ 15 บททที่ 11 ข้อ 410)

looking

เฉลียงกษัตริย์มีความยาวประมาณ 180 เมตร ความยาวทั้งหมดใกล้เคียงกับลานของเนินเขาพระวิหาร หลังคาวางบน 4 แนวตั้ง 5 แถว วัสดุหินถูกนำมาแกะสลักเป็นรูปดอกไม้ ใบไม้ และเลขาคณิตรูปทรงต่างๆ มีก้อนหินเล่านั้นเพียงไม่กี่ก้อนที่ถูกค้นพบในทางใต้ของกำแพงในเนินเขา พระวิหาร เป็นหลักฐานแห่งการเคยมีอยู่ของพระวิหารที่งดงามวิจิตรตระการตา

เฉลียงกษัตริย์นั้นถูกใช้เพื่อจุดประสงค์ทางโลกอย่างเช่น การซื้อขายสัตว์เป็นเครื่องสัตว์บูชา และการแลกเปลี่ยนเหรียญสำหรับครึ่งเชเคล Tyrian โดยส่วนใหญ่ผู้แสวงบุญมักจะจ่ายเพื่อเป็นค่าบำรุงรักษาพระวิหาร (อพยพ 30:11-16) โดยส่วนใหญ่เรามักจะคุ้นหูว่าพระเยซูได้คว่ำโต๊ะของพวกพ่อค้าแลกเปลี่ยนเงิน (มัทธิว 21:12) ซึ่งโดยทั่วไปเฉลียงใช้สำหรับการประกอบพิธีทางศาสนาและการปรึกษาหารือในประเด็นทางสังคมมากมาย

หลังจากการโอบล้อมสี่เดือนของทหารโรม ในวันที่ 9 และ 10 ของเดือน Av ในปี 70 CE กอง กำลังโรมได้ทะลวงผ่านเนินพระวิหารและเผ่ามันทิ้ง โดยที่ไม่มีร่องรอยของพระวิหารทั้งหลังที่1และ2อยู่เลย สิ่งหลงเหลืออยู่ทุกวันนี้ก็มีแค่พระคัมภีร์ การบันทึกใน Josephus และหนังสือบันทึกของนักบวช ถึงแม้ว่าจะเป็นเช่นนั้นก็ตาม ก็ยังมีบางส่วนของกำแพงเนินพระวิหารหลงเหลืออยู่ ทำให้เราสามารถเห็นหลักฐานที่จับต้องและแลเห็นได้ถึงความวิจิตรและสง่างาม ของอาณาบริเวณนั้น

แปลโดย: Pigazzo
อ้างอิง: http://www.bibletopics.com/biblestudy/115.htm
โปรดติดตามตอนต่อไป
(เมื่อพระวิหารหลังที่ 2 ถูกทำลาย)